เมื่อวันที่ 26 ต.ค. เวลา 09.35 น. (ตามเวลาท้องถิ่นกรุงกัวลาลัมเปอร์ ซึ่งเร็วกว่ากรุงเทพฯ 1 ชม.) ณ ห้อง 3 Hall 7A ชั้น 3 ศูนย์ประชุม KLCC กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย หารือทวิภาคีกับนายอันโตนิอู มานูแอล เดอ โอลิไวรา กุแตเรซ (H.E. Mr. Antonio Manuel de Oliveira Guterres) เลขาธิการสหประชาชาติ ในห้วงการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 47 และการประชุมสุดยอดที่เกี่ยวข้อง
โอกาสนี้ เลขาธิการสหประชาชาติ กล่าวแสดงความอาลัยถวายแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สวรรคต ถือเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของไทย พร้อมชื่นชมบทบาทของไทยในการเป็นเจ้าบ้าน UN-ESCAP ณ กรุงเทพมหานคร ซึ่งถือเป็นศูนย์กลางสำคัญของการขับเคลื่อนวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ในภูมิภาคเอเชีย–แปซิฟิก

นายกรัฐมนตรี กล่าวขอบคุณและแสดงความยินดีที่ได้พบกับเลขาธิการสหประชาชาติเป็นครั้งแรก ชื่นชมบทบาทของสหประชาชาติที่มีความสำคัญท่ามกลางความท้าทายของโลก ในการสนทนาทั้งสองฝ่าย ยังได้หารือถึงสถานการณ์ความมั่นคงในภูมิภาค โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการลงนามถ้อยแถลงผลการพบหารือระหว่างนายกรัฐมนตรีไทย และนายกรัฐมนตรีกัมพูชา เป็นการยืนยันว่า ไทยต้องการสันติ ในฐานะประเทศเพื่อนบ้าน ขณะเดียวกันต้องดำเนินการเพื่อปกป้องอธิปไตย และรักษาไว้ซึ่งความมั่นใจถึงสวัสดิภาพชีวิต และความปลอดภัยของประชาชนคนไทย โดยมีกำหนดเงื่อนไข ได้แก่ การถอนอาวุธหนัก การเก็บกู้ทุ่นระเบิด การปราบปรามสแกมเมอร์ ภัยออนไลน์ การจัดการการรุกล้ำ เมื่อสิ่งเหล่านี้มีการพัฒนาแล้วก็จะนำไปสู่หนทางแห่งสันติภาพและการปรับความสัมพันธ์ต่อไป
ด้านเลขาธิการสหประชาชาติ แสดงการสนับสนุน และเห็นพ้องว่า เขตแดนเป็นประเด็นทับซ้อน ทุกฝ่ายควรจะใช้วิถีทางสันติและยึดหลักกฎหมายระหว่างประเทศ เช่นเดียวกับสถานการณ์เมียนมา เลขาธิการสหประชาชาติ ยังแสดงความเข้าใจดี ว่าไทยในฐานะเพื่อนบ้านใกล้ชิด จะมีมุมมอง และให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ซึ่งสหประชาชาติสนับสนุนให้เกิดการปรองดอง และสันติภาพภายในประเทศ

หลังการหารือ นายกรัฐมนตรี ยังได้เสนอรายงาน Complementarities Initiative 2.0 ของไทย ที่จะเสนอรับรองในที่ประชุมสุดยอดอาเซียน–สหประชาชาติครั้งนี้ เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)ในภูมิภาคอาเซียน



