เมื่อวันที่ 26 ต.ค. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น. พล.ต.ต.วิทวัฒน์ ชินคํา ผบก.น.5 พล.ต.ต.นพสิทธิ์ มิตรภักดี ผบก.ปส.1 นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ศอ.ปส.บช.น., บก.สส.บช.น., บก.น.5 และ บช.ปส. เปิดปฏิบัติการ “ทลายเงามืดนานา” (Take Down Black-Shadow Nana) จับกุมตัวผู้ต้องหา 9 ราย เป็นชายสัญชาติไนจีเรีย 8 ราย และชายไทย 1 ราย พร้อมตรวจยึดของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคเคน) จำนวนหนึ่ง โทรศัพท์มือถือ 11 เครื่อง โดยจับกุมได้ที่ริมฟุตปาธ ซอยสุขุมวิท 11 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ

โดยจับกุมทั้งหมดในข้อหา “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคเคน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และมียาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคเคน) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน”

สืบเนื่องจาก พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. สั่งการให้ตำรวจทุกหน่วยสแกนพื้นที่ท่องเที่ยวทั่วประเทศ ตามนโยบายรัฐบาลที่มุ่งเน้น “การส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน” พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร.(ผอ.ศอ.ปส.ตร.) “จัดชุดลาดตระเวน Online” จนได้พบกับกระทู้ใน Reddit โดยหัวข้อใหญ่เรื่อง “ThailandTourism” ซึ่งเป็นคอมมูนิตี้บนโลกออนไลน์สำหรับนักท่องเที่ยว มีสมาชิกทั่วโลก 430 K โพสต์ใหม่เฉลี่ย 7,900 ครั้งต่อสัปดาห์ ซึ่งปรากฏการรีวิวแง่ลบแจ้งเตือนถึง “กลุ่มชายผิวสีชาวแอฟริกา” เป็นจำนวนมาก โดยมักรายงานถึงพฤติกรรมขายยาเสพติด หลอกลวง และพยายามล้วงกระเป๋าซึ่งส่งผลอย่างรุนแรงอันทำให้ชาวต่างชาติตัดสินใจไม่มาท่องเที่ยวในประเทศไทย ย่านนานา

จึงได้สั่งการให้ พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.ปส. บูรณาการร่วมกับ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. นำกำลัง ศอ.ปส.ตร., ศอ.ปส.บช.น. และ บก.ปส.1 แฝงตัวอำพรางลาดตระเวนเดินเท้าในพื้นที่ย่านนานา-อโศก จนได้พบกับกลุ่มชายผิวสี ยืนจับกลุ่มจำหน่ายยาเสพติดให้กับนักท่องเที่ยวที่ผ่านไปผ่านมา แต่ทว่าจากข้อมูลการสืบสวนปรากฏว่ากลุ่มชายผิวสีนี้มีทักษะการต่อต้านเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี กล่าวคือ จะไม่สนทนากับคนไทย จะพูดคุยแค่กับนักท่องเที่ยวต่างชาติเท่านั้น และหากพบคนไทยหรือคนต้องสงสัยว่าจะเป็นตำรวจจะวิ่งหนีทันที และมีทักษะพิเศษคือ “การอมยาเสพติดไว้ในปาก” เมื่อมีลูกค้ามาขอซื้อก็จะแอบคายออกจากปากแล้วส่งให้ลูกค้า (พบเห็นในกล้องวงจรปิด) และหากเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบจะ “กลืนยาเสพติดลงท้อง” เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบไม่พบของกลาง

จึงบูรณาการกำลังชุดปราบปรามยาเสพติดนครบาล ศอ.ปส.บช.น., บก.ปส.1 สยบไพรี และสน.ลุมพินี กว่า 40 นาย แต่งกายเป็น “ช่างปูน” อัดขึ้นรถสองแถว ไปจอดบริเวณไซต์งานก่อสร้างกลางซอยสุขุมวิท 11 ใกล้กับจุดที่ชายผิวสีจับกลุ่มขายยาเสพติด ระหว่างที่ไปถึงตำรวจอำพรางในชุดช่างเทปูนกว่า 20 ชีวิต ต่างลุ้นไปด้วยกันว่ากลุ่มคนร้ายจะรู้ตัวหรือไม่

แต่ปรากฏว่าใบหน้าของเจ้าหน้าที่สืบสวนสามารถแนบเนียนไปกับพื้นหลังไซต์งานก่อสร้างอย่างลงตัว กลุ่มคนร้ายตายใจเข้าใจว่า 20 ชีวิตบนรถสองแถวนั้นเป็นคนงานก่อสร้างจริง จึงยังจับกลุ่มขายยาเสพติดต่อไป ผ่านไปไม่นานได้มีชาวต่างชาติ 2 รายถูกกลุ่มคนร้ายชักชวนพูดคุย ก่อนคายยาเสพติดออกจากปากแล้วส่งมอบสิ่งของบางอย่างกันต่อหน้าต่อตา ชุดสืบสวนที่อำพรางในชุดช่างก่อสร้าง จึงลงจากรถสองแถว ยืนล้อมกลุ่มคนร้ายอย่างแนบเนียน ทันใดนั้น พล.ต.ต.ธีรเดช จึงได้สั่งการ “เอาเลย” ชุดสืบสวนที่อำพรางในชุดช่างก่อสร้างที่ยืนรายล้อมกลุ่มคนร้าย ตะครุบตัวจนกลุ่มคนร้าย “ผึ้งแตกรัง” บางรายสามารถวิ่งหนี บางรายกลืนของกลางยาเสพติดลงท้อง แต่ทว่าไม่ทันการณ์ถูกชุดสืบสวนรวบตัวได้ทั้งหมด 9 คนพร้อมของกลางยาเสพติด หลังจับกุมตัวได้นำส่งพนักงานสอบสวน บก.ปส.1 เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย