“ทีมข่าวนวัตกรรมขนส่งเดลินิวส์” รายงานว่า กรมการขนส่งทางราง(ขร.) ได้สรุปเหตุขัดข้องในระบบรถไฟฟ้าในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลที่ให้บริการอยู่ในปัจจุบันทั้ง 8 สาย ของเดือน ก.ย.2568 พบว่า เกิดขึ้นรวม 9 ครั้ง แบ่งเป็น นอกเวลาเร่งด่วน 6 ครั้ง และในเวลาเร่งด่วน 3 ครั้ง เพิ่มขึ้นจากเดือน ส.ค.2568จำนวน 2 ครั้ง โดยเป็นเหตุขัดข้องเล็กน้อย 7 ครั้ง ส่งผลกระทบต่อการเดินรถเล็กน้อย ใช้เวลาแก้ไขไม่นาน เกิดความล่าช้าประมาณ 5-10 นาที และเป็นเหตุขัดข้องใหญ่ 2 ครั้ง ส่งผลกระทบต่อการเดินรถมาก ใช้เวลาแก้ไขนาน เกิดความล่าช้าตั้งแต่ 10นาทีขึ้นไป ทั้งนี้จากเหตุขัดข้องที่เกิดขึ้น ส่งผลให้การให้บริการเกิดความล่าช้ารวม 317 นาที เฉลี่ย 35 นาทีต่อครั้ง ยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์ตามมาตรฐานที่นานาประเทศกำหนด ซึ่งต้องขัดข้องไม่เกิน 3-5% ของจำนวนเที่ยวการเดินรถที่ให้บริการ

สำหรับสาเหตุขัดข้องหลัก ได้แก่ รถขนส่งทางราง อาทิ ระบบขับเคลื่อน ระบบเบรก และระบบประตูรถ 2 ครั้ง, โครงสร้างและอุปกรณ์ในเขตราง 3 ครั้ง, ระบบอาณัติสัญญาณ 2 ครั้ง และอื่นๆ 2ครั้ง ทั้งนี้ในเดือน ก.ย.2568 รถไฟฟ้าที่เกิดเหตุขัดข้อง 9 ครั้ง ประกอบด้วย รถไฟฟ้าสายสีเขียว 2ครั้ง ระบบเบรกขัดข้อง, รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน 1ครั้ง ระบบอาณัติสัญญาณขัดข้อง, รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ 2 ครั้ง ระบบประตูรถขัดข้อง, รถไฟฟ้าสายสีแดง 2 ครั้ง เครื่องนับเพลาขัดข้อง และรถไฟฟ้าสายสีชมพู 2 ครั้ง ราง และจุดสับรางขัดข้อง

ขร. จัดเก็บข้อมูลเหตุขัดข้องในระบบรถไฟฟ้าฯ เป็นประจำทุกเดือน ซึ่งตั้งแต่ต้นปี 2568 ยังคงเกิดเหตุขัดข้องในทุกเดือน โดยปัจจุบันการลงโทษ หรือเอาผิดกรณีการเกิดเหตุบ่อยครั้งกับผู้ประกอบการ เป็นอำนาจของหน่วยงานที่กำกับดูแลรถไฟฟ้าสายนั้นๆ ซึ่งมีหลายระดับ เริ่มจากการเรียกผู้ประกอบการมาชี้แจง และให้แก้ไขโดยเร็วที่สุด แต่หากปัญหายังเกิดขึ้นต่อเนื่อง อาจดำเนินมาตรการตามสัญญาสัมปทาน ซึ่งจะมีบทลงโทษตามผลการประเมินดัชนีชี้วัด (KPI)สามารถหักเงินสนับสนุนค่างานก่อสร้างได้สูงสุด 5% ของวงเงินประจำปี และหากไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินติดต่อกันเป็นเวลา 5 ปี มีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ ส่วนเรื่องการชดเชยผู้โดยสาร เป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการพิจารณาเป็นกรณีไป

แต่ในอนาคตเมื่อร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)การขนส่งทางราง มีผลบังคับใช้ คาดว่าไม่เกินกลางปี 2569 จะทำให้ ขร.สามารถกำหนดมาตรฐานด้านการซ่อมบำรุง เพื่อลดปัญหาการขัดข้องของระบบการขนส่งทางราง ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน ตัวรถ ระบบไฟฟ้าและอาณัติสัญญาณ รวมถึงการเตรียมชิ้นส่วนสำรองที่สำคัญ (spare part) เพื่อลดระยะเวลาการแก้ไขให้กลับคืนสู่ปกติโดยเร็ว ขณะเดียวกันจะมีการกำหนดมาตรฐานด้านการให้บริการ เพื่อกำกับให้เกิดการให้บริการที่ตรงต่อเวลา และต่อเนื่อง รวมทั้งกำหนดให้มีการชดเชยผู้โดยสารกรณีเกิดการหยุดการเดินรถ และความล่าช้าในการเดินรถที่เป็นธรรมด้วย

อย่างไรก็ตามหากผู้โดยสารได้รับความเดือดร้อนจากการประกอบกิจการขนส่งทางราง ก็สามารถร้องเรียนต่ออธิบดี ขร. โดยจะสั่งสอบสวนข้อเท็จจริง และสั่งผู้ได้รับใบอนุญาตให้ดำเนินการแก้ไขความเดือดร้อนของผู้ร้องเรียนภายในระยะเวลาที่กำหนด นอกจากนี้ยังมีอำนาจในการพักใช้ใบอนุญาต โดยพิจารณาถึงความร้ายแรงของเหตุที่ปรากฏ และผลกระทบต่อการให้บริการประชาชน หากพบว่าผู้ประกอบการไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานการประกอบกิจการขนส่งทางราง จนอาจก่อให้เกิดอันตราย หรือกระทบต่อความปลอดภัยของผู้ใช้บริการ อธิบดี ขร.สามารถเสนอ รมว.คมนาคมให้มีคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตของผู้ประกอบการได้.