กรณีวันที่ 9 ก.ย. เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ได้รับตัว นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จากศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ไว้คุมขังตามคำพิพากษาของศาลให้บังคับโทษจำคุกแก่จำเลย โดยให้จำคุก 1 ปี ต่อมาเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ซึ่งกรมราชทัณฑ์ กำหนดให้เป็นเรือนจำศูนย์ระหว่างการพิจารณาคดี (HUB) ได้ดำเนินการย้ายนายทักษิณ ไปควบคุมยังเรือนจำกลางคลองเปรม แดนพยาบาล เนื่องจากเป็นนักโทษเด็ดขาดกลุ่มผู้ต้องขังสูงอายุ เพื่อแยกการปฏิบัติตามประเภทของผู้ต้องขังอย่างเหมาะสม ปัจจุบันนายทักษิณ อยู่ระหว่างการถูกคุมขัง 1 เดือน 18 วัน อีกทั้งยังมีมวลชนคนเสื้อแดงจากทั่วประเทศคอยรวมตัวมาให้กำลังใจที่เรือนจำ ทุกวันเสาร์อาทิตย์ และทุกวันจันทร์ วันพฤหัสบดีของสัปดาห์ ตามที่มีการรายงานข่าวไปอย่างต่อเนื่องแล้วนั้น
“อิ๊งค์-เอม” โอบเอวเยี่ยมพ่อ เผย “ทักษิณ” นับวันบอกลูก อยู่เรือนจำครบ 6 อาทิตย์แล้ว

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 27 ต.ค. ที่ เรือนจำกลางคลองเปรม ถนนงามวงศ์วาน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศบริเวณด้านหน้าเรือนจำกลางคลองเปรม และส่วนของศูนย์บริการเยี่ยมญาติ ซึ่งวันนี้ถือเป็นครั้งที่ 11 สำหรับการเยี่ยมญาตินายทักษิณ มากว่า 1 เดือน โดยผู้สื่อข่าวหลากหลายสำนักยังคงปักหลักติดตามรายงานความเคลื่อนไหว โดยวันนี้ได้รับรายงานว่าสมาชิกครอบครัวชินวัตร ได้แก่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หรืออิ๊งค์ บุตรสาวคนเล็ก และนายปิฎก สุขสวัสดิ์ สามี เป็นตัวแทนครอบครัวเข้าเยี่ยม พร้อม นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความ

น.ส.แพทองธาร และสามี เดินทางมาถึงเรือนจำกลางคลองเปรม ด้วยรถตู้ส่วนบุคคล ยี่ห้อ Lexus สีดำ ป้ายทะเบียน 9 กษ 195 กรุงเทพมหานคร ทั้งคู่แต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีดำ โดย น.ส.แพทองธาร สวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวและกางเกงสแล็คสีดำ ส่วนนายปิฎก สามี สวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีดำ กางเกงสแล็คสีเทาเข้ม

จากนั้นทั้งคู่ได้เดินตรงไปยังกลุ่มคนเสื้อแดง ที่ก็สวมใส่เสื้อผ้าสีดำ พร้อมบอกว่า “เดินทางมาจากจังหวัดเชียงใหม่ มาเพื่อให้กำลังใจ” ซึ่ง น.ส.แพทองธาร และ นายปิฎก ได้ยกมือไหว้สวัสดีกลุ่มมวลชนพร้อมร่วมถ่ายภาพ มีสีหน้ายิ้มแย้ม

อย่างไรก็ดีได้เกิดเหตุการณ์ชุลมุนเล็กน้อย ก่อนทั้งคู่เดินเข้าไปในเรือนจำ เนื่องจากมีชายสูงวัย ซึ่งมีบัตรผู้พิการถูกยิงที่แขนจากเหตุร่วมชุมนุม ได้ปรี่ตรงเข้าไปหา น.ส.แพทองธาร เพื่อขอให้ช่วยติดตามรับความช่วยเหลือเงินเยียวยาหลักแสนบาท หลังจากที่เคยไปยื่นหนังสือร้องทุกข์ในสมัย น.ส.แพทองธาร ดำรงตำแหน่ง รมว.วัฒนธรรม แต่มีเพียงเจ้าหน้าที่รับเรื่องไว้ และไม่มีความคืบหน้า ซึ่ง น.ส.แพทองธาร ก็รับฟังเรื่องร้องเรียน ก่อนมอบหมายให้ทีมงานรับเรื่องร้องทุกข์ต่อไป



