เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 27 ต.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม ให้การต้อนรับคณะอาจารย์ และนักศึกษา คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ ในการศึกษาดูงานและเยี่ยมชมทำเนียบรัฐบาล โดยนายพิพัฒน์ ได้กล่าวต้อนรับพร้อมขอบคุณคณะอาจารย์ และนักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ ที่มาเยี่ยมเยียนถึงทำเนียบรัฐบาล ช่วงนี้อยู่ในช่วงของความสูญเสียแม่ของแผ่นดิน จึงขอฝากให้ทุกคนช่วยกันคิด และทำเพื่อประเทศไทย พร้อมให้กำลังใจนักศึกษา โดยขอให้เอาเป้าหมายในชีวิตเป็นตัวตั้ง และวิ่งเข้าหาเป้าหมาย อย่าท้อถอย เมื่อเจออุปสรรคแล้วอย่าหยุด เพราะอุปสรรคมีไว้ให้ต่อสู้ ไม่ได้มีไว้ให้ถอยหลัง วันนี้ล้มพรุ่งนี้ต้องลุกมาให้ได้ อย่าทำ หรือคิดอะไรที่อยู่กับที่ อย่าจมปลัก ต้องเริ่มใหม่ให้เร็ว

นอกจากนี้ ต้องมีความมุ่งมานะ ซึ่งความรู้ความสามารถอยู่ที่การสอบ จึงขอให้ตั้งใจ เพราะหลายคนที่สอบไม่ผ่าน โดยเฉพาะ การสอบคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เพราะมักจะจมอยู่กับที่ ดังนั้นอย่าคิดอยู่กับที่ และอย่าคิดมาก เพราะจะเสียโอกาสในคะแนนที่ควรจะได้ และที่สำคัญอย่าลืม หรือดูถูกกำพืดตัวเอง ไม่เช่นนั้นโอกาสที่จะได้กลับมาอาจจะยากขึ้น และหากมีอะไรอยากให้รัฐบาล หรือนายกรัฐมนตรีสนับสนุนหากมีความต้องการ โดยเฉพาะเรื่องการใช้งบประมาณในการพัฒนาพื้นที่ในจังหวัดของตัวเอง สามารถเสนอผ่านผู้ว่าราชการจังหวัด หรือทำเรื่องมายังตนได้ เพราะส่วนตัวต้องการการมีส่วนร่วมการพัฒนาประเทศ

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา มีการผลักดันโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะ ซึ่งตนสานต่อในเรื่องนี้ เพราะหากสร้างอุตสาหกรรมนี้ได้จะเป็นการสร้างงาน สร้างอาชีพ โดยเฉพาะสาขาเซมิคอนดักเตอร์ ที่จะมีการให้ทุนการศึกษาในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) และปริญญาตรี เพื่อให้ได้ศึกษาเกี่ยวกับอิเล็กทรอนิกส์ ไอที หรืออะไรที่เกี่ยวข้องกับเซมิคอนดักเตอร์ และคิดว่าในอนาคตอันใกล้ประเทศไทย จะเป็นศูนย์กลางของเซมิคอนดักเตอร์ เพราะมั่นใจว่า จากเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ในปัจจุบัน และระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ (SEC) ในอนาคต จะมีความใกล้เคียงกับนิคมอุตสาหกรรมที่จะสร้างนี้ และถ้าสามารถเปลี่ยนโครงสร้างพื้นที่ให้เป็นภาคอุตสาหกรรมได้ ชาวบ้านจะได้ประโยชน์มากที่สุด สิ่งที่รัฐบาลต้องการ คือ การได้ให้ลูกหลานของคนในพื้นที่ได้มาทำงานในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมนี้ และหากสามารถเดินหน้าได้จะเริ่มดำเนินการในปี 2569 นี้



