เมื่อวันที่ 27 ต.ค. ที่ศูนย์ประชุมนานาชาติกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย  นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ เปิดเผยหลังการหารือแบบทวิภาคีกับนายเล หว่าย จุง (Le Hoai Trung) รมว.ต่างประเทศเวียดนาม ในระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 47 ว่า  หารือกันหลายประเด็น และรมว.ต่างประเทศเวียดนามแสดงความยินดีและดีใจที่ไทยและกัมพูชามีข้อตกลงที่จะนำไปสู่สันติภาพร่วมกัน ขณะเดียวกัน ฝ่ายเวียดนามระบุด้วยว่ายินดีสนับสนุนหากมีเรื่องใดที่เขาช่วยเหลือได้ ทั้งนี้ สำหรับไทยเราคิดว่ามาถูกทางแล้ว ขอให้มีการปฏิบัติตามสิ่งที่ตกลงกัน และเริ่มมีการเคลื่อนย้ายอาวุธหนัก หวังว่าจะดำเนินการเรื่องนี้ต่อไป

นายสีหศักดิ์ กล่าวอีกว่า กัมพูชาเป็นประเทศเพื่อนบ้านกับเวียดนาม จึงคาดหวังอยากให้เอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีความสงบ ฝ่ายเวียดนามดีใจที่เรามีข้อตกลงนี้ได้ซึ่งเป็นประโยชน์กับอาเซียน ในการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งนี้ เรามาเจรจากับคู่เจรจาสำคัญ และทุกคนชื่นชมความสำเร็จของอาเซียนในช่วงที่ผ่านมา ดังนั้น ถ้าประเทศในอาเซียนมาทะเลาะกันเอง ไม่ใช่สิ่งที่ดี และภาพลักษณ์ที่สื่อออกไป มันไม่ดี

ส่วนการปฏิบัติหลังจากไทยและกัมพูชาลงนามถ้อยแถลงร่วมกันเมื่อวันที่ 26 ต.ค.ที่ผ่านมา นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า หลังจากกัมพูชาเริ่มถอนกำลังทหารและอาวุธหนักตามข้อตกลงแล้ว คณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน (เอโอที) จะไปสังเกตการณ์ว่ากัมพูชาดำเนินการถอนอาวุธอย่างไร ทั้งนี้ เมื่อถอนกำลังและอาวุธแล้ว ภาวะความตึงเครียดคงลดลงแล้ว ประชาชนของทั้ง 2 ฝ่ายจะได้อยู่ด้วยความสงบปลอดภัย ถ้ากัมพูชาดำเนินการตามข้อตกลง ก็จะนำไปสู่การรื้อฟื้นความสัมพันธ์ระหว่างกันต่อไป รวมถึงไทยพร้อมดำเนินการปล่อยตัวเชลย ซึ่งไทยต้องทำตามขั้นตอน โดยต้องตรวจสุขภาพก่อน ต้องให้คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ไอซีอาร์ซี) เข้ามาดูว่าจะปฏิบัติการอย่างไร ซึ่งเป็นเหตุผลด้านมนุษยธรรม เพื่อให้คนเหล่านั้นได้กลับไปอยู่กับครอบครัวเขา.