เมื่อวันที่ 27 ต.ค. ที่บริเวณท้องสนามหลวง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประชาชนเริ่มทยอยเดินทางเข้ากราบสักการะพระฉายาลักษณ์ เพื่อแสดงความไว้อาลัยและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่มีต่อ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทางสำนักพระราชวัง ได้เปิดให้ประชาชนได้มีโอกาสเข้าสักการะเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ และพิธีลงนามถวายความอาลัย เป็นวันแรก
ขณะที่เจ้าหน้าที่ได้มีการจัดเตรียมเต็นท์ที่พักคอยพร้อมจุดคัดกรอง โดยจัดลำดับให้ประชาชนได้เข้าสักการะ และลงนามเพื่อถวายความอาลัย ทั้งบริเวณโดยรอบยังมีเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงาน เช่น เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร จิตอาสา คอยอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่เดินทางมารอเข้าร่วมพิธี

ขณะที่ นางชนิดาภา สุทธิสิงห์ อายุ 77 ปี ชาวบ้าน จ.นครปฐม เล่าความประทับใจว่า ตอนเด็กเคยแอบครอบครัวไปเฝ้าฯ รับเสด็จ เมื่อครั้งที่สมเด็จพระพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินมายัง อ.สามพราน แม้ขณะนั้นจะตัวเล็ก แต่ก็ฝ่าคนไปยังแถวหน้า เพื่อได้เห็นพระพักตร์แบบใกล้ๆ
“ยอมรับว่ารู้สึกใจหายหลังทราบข่าว เนื่องจากสมเด็จพระพันปีหลวง เปรียบเสมือนแม่ ทุกวันนี้ต้องกราบพระฉายาลักษณ์อยู่ทุกวัน ซึ่งก่อนออกจากบ้านมา ยังกราบพระฉายาลักษณ์พร้อมบอกว่า พระองค์จะได้ไปอยู่กับพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร แล้ว คู่บุญคู่บารมีกันจริงๆ”
ด้าน น.ส.ภาสมปอง แผนมณี อายุ 58 ปี กล่าวว่า ในวันนี้ตนออกจากบ้านตั้งแต่ 08.00 น. ตั้งใจมาเพื่อกราบพระฉายาลักษณ์ของพระองค์ท่าน ตั้งใจว่าจะเดินทางมาให้ได้ทุกวัน ถ้าหากไม่ติดอะไร ทั้งเมื่อวานนี้ตนได้เดินทางไปที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์สภากาชาดไทย เพื่อรอรับเสด็จด้วยเช่นกัน หลังจากทราบข่าวว่าพระองค์ท่านสวรรคต ตนร้องไห้เสียใจ เพราะพระองค์ท่านถือเป็นที่ยึดเหนี่ยวของประชาชนชาวไทย
ตนซาบซึ้งในพระราชกรณียกิจของพระองค์ที่มีมากมาย มีคำพูดหนึ่งที่พระองค์เคยตรัสว่า “พระเจ้าอยู่หัวเป็นน้ำ ฉันจะเป็นป่า ป่าที่ถวายความจงรักภักดีต่อน้ำ พระเจ้าอยู่หัวสร้างอ่างเก็บน้ำ ฉันจะสร้างป่า” ที่ตนรู้สึกชอบและนำมาใช้เป็นแนวทางการดำเนินชีวิต และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์
“ทุกวันนี้ทำความดีถวายพระองค์ และขอให้กายสังขาร ถวายแด่พระพุทธศาสนา และเป็นพสกนิกรที่ดีแก่พระองค์ แก่พระมหากษัตริย์ไทย และสอนให้ลูกเป็นคนดีของสังคม”
เมื่อทำบุญทุกครั้ง ก็จะถวายบุญให้กับทุกพระองค์ในพระบรมวงศานุวงศ์ และประชาชนชาวไทย เพื่อให้ทุกคนรักใคร่สามัคคี เพราะเราเกิดเป็นคนไทย ตนเป็นแม่คน ทำให้เข้าใจว่าความเป็นแม่เป็นพ่อมันรู้สึกอย่างไร “เรารักลูก พระองค์ก็รักเรา” ฉะนั้นจะพยายามเป็นลูกที่ดีของพระองค์
“หากเกิดชาติหน้าฉันใดก็จะขอเป็นข้ารองบาททุกชาติไป เราเป็นคนไทย เรารักพระองค์ สิ่งที่ทำให้เรารักพระองค์ได้มากถึงขนาดนี้ เพราะเราเป็นคนไทย ทุกวันนี้ต่างชาติอิจฉาคนไทย ว่าคนไทยโชคดี ที่มีพระราชาและพระราชินีที่ดี เราถือว่าโชคดีมาก ที่มีพ่อแม่ที่ดี จะเห็นได้ว่าเมื่อพระองค์ไปที่ไหน ก็จะนำพาความเจริญไปที่นั่น อย่างทุ่งกุลาร้องไห้ จากที่เคยแห้งแล้ง ก็กลับมาเขียวชอุ่ม” น.ส.ภาสมปอง กล่าว
น.ส.ภาสมปอง ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากที่ได้เข้าไปด้านใน เพื่อถวายความอาลัยแก่พระองค์ รู้สึกตื้นตันเป็นอย่างมาก แต่ต้องพยายามเข้มแข็ง แม้ตนจะขาดแม่ เพราะพระองค์เปรียบเสมือนแม่ของตน และหากสามารถสื่อสารไปถึงพระองค์ท่านได้ อยากจะบอกว่า รักพระองค์ จะเป็นคนดี เป็นพสกนิกรที่ดีของพระองค์ และจะทำความดีถวายพระองค์



