เมื่อวันที่ 27 ต.ค. ที่ห้องวงษ์สุวรรณ กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 จ.ภูเก็ต พล.ต.ต.จารุต ศรุตยาพร รอง ผบช.ภ.8 พร้อมด้วย พล.ต.ต.สุวัฒน์ สุขศรี ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี พล.ต.ต.สินเลิศ สุขุม ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต ให้การต้อนรับ และร่วมหารือกับ นายอาวิ บิททอน (Mr.Avi Bitton) ที่ปรึกษาชั้นสูง สภาความมั่นคงระหว่างประเทศอิสราเอล ที่เดินทางพร้อมคณะจากประเทศอิสราเอล ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงอิสราเอล ประจำประเทศไทย สถานทูตอิสราเอล และหัวหน้ารักษาความปลอดภัยชาบัดในประเทศไทย

ทั้งนี้ในการหารือ ได้มีการพูดคุยถึงสถานการณ์การแสดงออกถึงการต่อต้านชาวอิสราเอล โดยเฉพาะการทำกิจกรรมที่ชาบัด ที่ปัจจุบันพบว่ามีอยู่ในประเทศไทยจำนวน 6 แห่ง คือ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน อ.สมุย พะงัน จ.สุราษฎร์ธานี และ อ.กระทู้ ฉลอง จ.ภูเก็ต โดยที่ผ่านมา สถานที่ที่จัดตั้งเป็นชาบัด เป็นสถานที่ปิดไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอกที่ไม่ใช่ชาวอิสราเอลเข้าไปด้านใน ซึ่งหัวหน้ารักษาความปลอดภัยชาบัด ได้ชี้แจงว่าสาเหตุที่ไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าไปด้านในนั้นเกิดจากเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย เนื่องจากความขัดแย้งทางสงคราม ซึ่งแต่ละชาบัด จะมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอก หรือเจ้าหน้าที่ของทางการไทยเข้าพบหรือพูดคุย จนกลายเป็นปัญหาบานปลาย ซึ่งหลังจากนี้จะได้มีการประสานกับเจ้าหน้าที่ของไทย ให้สามารถเข้าไปสอดส่องดูแลได้ตลอดเวลา นอกจากนั้นยังได้มีการพูดคุยถึงพฤติกรรมการกระทำผิดของกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอล ตามที่ได้ปรากฏเป็นข่าว ทั้งนี้ได้มีการพูดคุยหารือกันนานกว่า 1 ชั่วโมง

โดย พล.ต.ต.สุวัฒน์ สุขศรี ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี ในการพบปะพูดคุยกับฝ่ายความมั่นคงของประเทศอิสราเอล ซึ่งหลังจากเกิดเรื่อง ทราบว่าทางประเทศอิสราเอลไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้มีการสอบถามและพูดคุยกันในระดับรัฐบาลมาโดยตลอด ซึ่งการเดินทางมาของฝ่ายความมั่นคงในวันนี้ นอกเหนือจากเราจะให้ความมั่นใจในเรื่องความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว รวมถึงการปฏิบัติศาสนกิจของชาวอิสราเอลแล้ว ยังได้มีการพูดคุยหารือถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของกลุ่มนักท่องเที่ยวที่กระทำผิดผิดกฎหมาย ซึ่งทางหัวหน้ารักษาความปลอดภัยชาบัด แจ้งว่าจะนำเรื่องดังกล่าวไปหารือกับลาไบ ที่ดูแลชาบัด เพื่อให้ความรู้และแนะนำถึงข้อห้ามกฎหมายและข้อปฏิบัติ ที่นักท่องเที่ยวจะต้องปฏิบัติขณะเดินทางท่องเที่ยวอยู่ในพื้นที่

พล.ต.ต.สุวัฒน์ กล่าวด้วยว่า ส่วนกรณีนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลที่เข้ามากระทำผิดในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย หรือประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต ทางคณะฝ่ายความมั่นคงฯ ยืนยันที่จะให้เราดำเนินการตามกฎหมายได้ทันทีโดยไม่ต้องมีข้อยกเว้น การหารือกันในครั้งนี้เชื่อว่าจะสามารถแก้ปัญหาพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลไปได้ในระดับหนึ่ง