เมื่อวันที่ 25 ต.ค. นายจาง เจี้ยนเว่ย เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย กล่าวปาฐกถาหลักในวาระครบรอบ 80 ปีการคืนไต้หวันสู่แผ่นดินใหญ่ และชัยชนะในสงครามต่อต้านการรุกรานของญี่ปุ่น โดยมีผู้แทนจากภาคส่วนต่าง ๆ เช่น หอการค้าไทย-จีน สมาคมแต้จิ๋วแห่งประเทศไทย และสมาพันธ์รวมใจชาวจีนทั่วโลกเป็นหนึ่งเดียว
นายจางกล่าวว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ คณะกรรมกลางการของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ได้รับรองแผนพัฒนา 5 ปีฉบับที่ 15 โดยเน้นย้ำถึงการพัฒนาความพันธ์ระหว่างช่องแคบไต้หวัน ซึ่งถือเป็นภารกิจที่ยิ่งใหญ่ของการรวมชาติ
การที่ไต้หวันกลับคืนสู่มาตุภูมิเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ ในสงครามต่อจ้านการรุกรานของญี่ปุ่น เกิดขึ้นจากการต่อสู้อย่างกล้าหาญ และเสียสละขงชาวจีนทั้งประเทศ รวมถึงเพื่อนร่วมชาติของเราในไต้หวัน
นายจางได้แบ่งปันประเด็นที่สำคัญ โดยระบุว่า ไต้หวันเปนส่วนหนึ่งของดินแดนของจีนที่ไม่อาจแบ่งแยกได้ ตามข้อเท็จจริงทั้งทางประวัติศาสตร์และในทางกฎหมาย โดยหยิบยกเอกสารขององค์การระหว่างประเทศหลายฉบับ เช่น “ปฏิญญาไคโร 1943” และ “ปฏิญญาพ็อทซ์ดัม 1945”
นอกจากนั้น นายจางเสริมว่า เมื่อวันที่ 25 ต.ค. 2514 ที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติครั้งที่ 26 ได้มีมติที่ 2758 ให้คืนสิทธิทั้งหมดของสู่สาธารณรัฐประชาชนจีน และชี้แจงว่า จีนมีเพียงที่นั่งเดียวในสหประชาชาติ
นายจางย้ำว่า หลักการจีนเดียวเป็นหลักการสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ จีนมีเพียงหนึ่งเดียวประเทศเดียวในโลก, ไต้หวันเป็นดินแดนของจีน และรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นรัฐบาลที่ถูกต้องตามกฎหมายเพียงผู้เดียว โดยตลอด 50 ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่จีนและไทยได้เริ่มสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต ทั้งสองได้สนับสนุนกันและกันอย่างต่อเนื่อง และจีนขอชื่นชมต่อการยึดมั่นในหลักการจีนเดียวของไทย
นอกจากนั้น การเสวนายังได้กล่าวถึงมติล่าสุดของสภาประชาชนแห่งชาติของจีน เมื่อวันที่ 24 ต.ค. ที่ผ่านมา ที่ได้รับรองให้วันที่ 25 ต.ค. ของทุกปี ถือเป็นวันสำคัญของการรำลึกการคืนไต้หวันสู่แผ่นดินใหญ่.
เรื่อง-ภาพ : ดรุณี ธีรภาพพงศ์
ขอขอบคุณ : สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย



