เมื่อวันที่ 27 ต.ค. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังบ้านเลขที่ 154/2 หมู่ 2 บ้านควนกุน ต.กะลาเส อ.สิเกา จ.ตรัง ของ นายสนอง แสนสุข อายุ 59 ปี อาชีพเกษตรกร ซึ่งเป็นผู้เก็บสะสมภาพพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ในราชวงศ์จักรี นับพันภาพ ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

นายสนอง กล่าวว่า หลังได้เห็นพระราชกรณียกิจของในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ทรงตรากตรำพระวรกายเพื่อความอยู่ดี กินดีของพสกนิกรชาวไทยทั่วประเทศมาอย่างยาวนานหลายสิบปี จึงเกิดความสำนึกและน้อมรำลึกถึงพระองค์ท่านด้วยการเก็บสะสมภาพพระบรมฉายาลักษณ์มาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลากว่า 30 ปี และได้สานต่อโครงการรักษ์น้ำ รักษ์ป่าตามโครงการพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ จนทำให้ป่าไม้มีความอุดมสมบูรณ์

โดยที่บ้านของตนเองได้เปิดเป็นศูนย์เรียนรู้เกี่ยวกับภาพถ่ายและพระราชกรณียกิจของทั้งสองพระองค์ในอิริยาบถต่างๆ ตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์จนถึงปี 2559 เพื่อให้เด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไป ได้ศึกษาเรียนรู้ เพราะบางภาพเป็นภาพที่หายาก ได้มาจากการไปหาซื้อส่วนหนึ่ง ไปขอแลกกับสิ่งของต่างๆ ส่วนหนึ่งและมีคนส่งมาให้อีกส่วนหนึ่ง ซึ่งตั้งใจจะเก็บไว้ในห้องพิเศษ มีการดูแลรักษาเป็นอย่างดีเพื่อส่งต่อให้ลูกหลานได้ภาคภูมิใจที่ได้เกิดมาในผืนแผ่นดินไทย และให้ตอบแทนบุญคุณแผ่นดินด้วยการสนองงานตามพระราชดำริพระพันปีหลวง ซึ่งเป็นแม่ของแผ่นดินในพื้นที่ที่พวกตนได้อยู่อาศัย

“ผมเป็นคนชอบสะสมภาพพระบรมฉายาลักษณ์ต่างๆ ของรัชกาลที่ 9 และพระพันปีหลวง มาตลอด ยิ่งได้ทราบข่าวการสวรรคตของพระพันปีหลวง ยิ่งทำให้รู้สึกใจหาย เสียใจเป็นอย่างมาก เพราะจำได้ถึงพระราชดำรัสที่ว่า “พระองค์เป็นน้ำ ท่านจะเป็นป่า” ทำให้ประเทศไทยอุดมสมบูรณ์มาได้จนถึงทุกวันนี้ ก็เพราะพระราชดำรัสของพระองค์” นายสนอง กล่าว

ทั้งนี้ หากสำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนเข้าไปกราบพระบรมศพ ตนและครอบครัวก็พร้อมจะเดินทางไป เหมือนครั้งที่ไปกราบพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 ด้วยความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน.