เมื่อวันที่ 28 ต.ค. 68 ที่รัฐสภา นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร สว. ในฐานะเลขานุการคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิสภา) แถลงถึงผลการทำงานของวิปวุฒิสภา ตั้งแต่วันที่ 30 ก.ย. 67-28 ต.ค. 68 ว่า ผลงานด้านนิติบัญญัติ ได้พิจารณาร่างกฎหมายและพระราชกำหนด รวม 45 ฉบับ โดยปัจจุบันพบว่ามีกฎหมายที่ผ่านการพิจารณาของ สว. และมีผลบังคับใช้แล้ว 24 ฉบับ ขณะที่ด้านการพิจารณาให้บุคคลดำรงตำแหน่งตามรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย พบว่า สว. พิจารณาให้บุคคลดำรงตำแหน่งตามรัฐธรรมนูญ 17 กรณี โดยสว. เห็นชอบให้ดำรงตำแหน่ง 11 กรณี และไม่เห็นชอบ 2 กรณี และเห็นชอบบางราย 3 กรณี ซึ่งยังมีที่อยู่ระหว่างดำเนินการ 1 กรณี
นายวุฒิชาติ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่มีเสียงวิจารณ์ว่ามีการตั้ง สว.กลุ่มเดิมเข้าไปเป็นกรรมาธิการตรวจสอบประวัติและจริยธรรมของบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ นั้น ตนยืนยันว่ากระบวนการคัดเลือกเป็นไปตามกระบวนการและขั้นตอน และที่สำคัญคือ เป็นไปตามมติของวิปวุฒิสภา ซึ่งพบว่ามีการสลับ สว. เข้าไปทำหน้าที่ตามข้อบังคับของวุฒิสภา
“ผมยืนยันว่าการทำงานของวิปวุฒิสภาเป็นไปด้วยความโปร่งใส เป็นธรรม และเปิดเผย ซึ่งสามารถตรวจสอบผลการประชุมวิปวุฒิสภาได้ ส่วนการพิจารณาบุคคลที่จะเข้ามาทำงานร่วมกันเป็นอำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมาธิการแต่ละคณะที่จะส่งบุคคลใดเข้าไปทำหน้าที่ ซึ่งขณะนี้จะเห็นว่ามี สว.เสียงข้างน้อยเข้ามามีส่วนร่วมในกรรมาธิการบ้างแล้ว เช่น นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สว. ที่ร่วมเป็นกมธ.แก้ไขรัฐธรรมนูญ” นายวุฒิชาติ กล่าว
นายวุฒิชาติ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่ สว.เสียงข้างน้อยให้ สว.ที่ถูกกล่าวหาในคดีฮั้ว สว. หยุดปฏิบัติหน้าที่ หรือการชะลอให้ความเห็นชอบบุคคลดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระนั้น ตนไม่ปฏิเสธในสิ่งที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ดำเนินการ และไม่เคยก้าวล่วง พร้อมให้ความร่วมมือตรวจสอบอย่างเต็มที่ อย่างไรก็ดีในข้อเรียกร้องให้หยุดทำหน้าที่ แต่การทำงานของวิปวุฒิสภาที่ผ่านมาไม่เคยมีการทำผิดข้อบังคับใดๆ และวิปวุฒิสภาได้ทำตามข้อบังคับ ตามขั้นตอน วิธีการที่ถูกต้อง แม้ในบางครั้งมีการเห็นต่าง จะใช้มติตัดสิน โดยไม่ใช้ความรู้สึกตนเองเป็นหลักในการทำงาน



