เมื่อวันที่ 28 ต.ค. ที่บริเวณท้องสนามหลวง ผู้สื่อข่าวรายงานว่าประชาชนเริ่มทยอยเดินทางเข้ากราบสักการะพระฉายาลักษณ์ เพื่อแสดงความอาลัยและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่มีต่อ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทางสำนักพระราชวัง ได้เปิดให้ประชาชนได้มีโอกาสเข้าสักการะเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์และพิธีลงนามถวายความอาลัย เป็นวันที่สอง

ขณะที่เจ้าหน้าที่ได้มีการจัดเตรียมเต็นท์ที่พักคอยพร้อมจุดคัดกรอง โดยจัดลำดับให้ประชาชนได้เข้าสักการะ และลงนามเพื่อถวายความอาลัย ทั้งบริเวณโดยรอบยังมีเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงาน เช่น เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร จิตอาสา คอยอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่เดินทางมารอเข้าร่วมพิธี
ขณะที่ นายประวิทย์ วงศ์นิติกร จิตอาสาขี่รถจักรยานยนต์รับส่งประชาชนที่เดินทางมาเข้าร่วมพิธีถวายสักการะ กล่าวว่า ตนตั้งใจมาช่วยเหลือผู้ที่เดินทางลำบาก โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่ต้องเดินทางมาไกล เพราะเห็นว่าตนเองมีจักรยานยนต์จึงอยากใช้ประโยชน์ตรงนี้ช่วยเหลือผู้อื่น แม้เป็นสิ่งเล็กน้อยแต่ก็รู้สึกภูมิใจที่ได้ทำหน้าที่ในส่วนของตน

นายประวิทย์ ยังกล่าวว่า ตนเริ่มทำจิตอาสาลักษณะนี้ตั้งแต่ช่วงที่เคลื่อนพระบรมศพแล้ว และจะมาทำทุกครั้งที่มีโอกาส โดยใช้เวลาว่างจากงานประจำมาช่วยขี่จักรยานยนต์รับส่งประชาชนรอบสนามหลวง แต่ไม่มีจุดประจำที่แน่นอน หากพบผู้สูงอายุหรือผู้ที่เดินทางไม่สะดวกก็จะจอดรับไปส่งถึงจุดหมาย ส่วนค่าใช้จ่ายและค่าน้ำมันทั้งหมดออกเอง เพราะตั้งใจทำด้วยใจโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน
สำหรับผู้ที่สนใจร่วมเป็นจิตอาสาเช่นเดียวกัน นายประวิทย์ เชิญชวนให้มาร่วมกันทำความดี โดยเพียงนำจักรยานยนต์มาช่วยรับส่งประชาชน พร้อมติดป้ายระบุว่าเป็นบริการจิตอาสา เพื่อให้ประชาชนสังเกตเห็นได้ชัด เพราะการได้ช่วยเหลือผู้อื่นแม้เพียงเล็กน้อย ก็ทำให้ใจฟูและเกิดความสุขทุกครั้งที่ได้เห็นรอยยิ้มจากผู้ที่ได้รับความช่วยเหลือ

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้มีโอกาสสอบถามนายมาครอส ชาวต่างชาติที่มาร่วมสักการะพระฉายาลักษณ์โดยเจ้าตัวเล่าถึงความรู้สึกในวันนี้ ว่ามาที่นี่เพื่อแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันและแสดงความเสียใจต่อการสูญเสียครั้งใหญ่ของประเทศ รัฐบาลและราชวงศ์ไทยที่กำลังเผชิญความโศกเศร้าอยู่ ย้ำว่านี่คือความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ของราชวงศ์ไทย.




