เมื่อวันที่ 28 ต.ค. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่รัฐบาลไทยและสหรัฐอเมริกา ลงนามบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) เกี่ยวกับแร่หายาก (Rare Earth) ว่า ข้อตกลงหรือเอ็มโอยูฉบับนี้ ขึ้นอยู่กับการที่รัฐบาลจะนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด การที่สหรัฐต้องการเข้ามาโดยมีเงื่อนไขให้ไทยเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทาน ถือเป็นโอกาสที่ดี แต่ก็ต้องมีความระมัดระวัง โดยข้อควรระวังหลักๆ คือ 1.ไทยต้องได้รับความเป็นธรรมในเชิงผลประโยชน์ 2.ต้องพิจารณาประเด็นผลกระทบด้านอื่น เช่น สิ่งแวดล้อม และ 3.ที่สำคัญที่สุดคือ เราจะต้องไม่ทำบันทึกความเข้าใจนี้ แปลว่าสหรัฐจะมีสิทธิในการผูกขาด เพราะประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะประเทศจีน และประเทศอื่นๆ ก็มีความปรารถนาที่จะเข้ามาร่วมงานกับไทยเช่นกัน ประเด็นนี้เป็นความขัดแย้งเชิงภูมิรัฐศาสตร์ที่แหลมคมอยู่แล้ว ประเทศไทยเพิ่งจะรักษาความสมดุลในความสัมพันธ์กับเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลก อันดับ 1 และ 2 และต้องแสดงความชัดเจนว่าเราพร้อมที่จะร่วมมือกับประเทศอื่นๆ ด้วย

เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้ รัฐบาลไม่เคยเปิดเผยเรื่องนี้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ในภาพรวมของบันทึกความเข้าใจและกรอบความร่วมมือที่เปิดเผยออกมา ตอนนี้ที่เรามาพูด เหตุการณ์มันผ่านมาแล้ว ความจริงสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่รัฐบาลจะต้องเปิดเผยความจริงให้แก่ประชาชน แม้จะไม่ใช่ทั้งหมดในระหว่างการเจรจา แต่ประชาชนควรมีสิทธิที่จะรู้ก่อนหน้านี้แล้วว่าสิ่งรัฐบาลดำเนินการแลกเปลี่ยนเพื่อเจรจาต่อรองมีประเด็นอะไรบ้าง

“วันนี้ยังไม่สายเกินไปที่รัฐบาลจะเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม เพราะก่อนที่จะไปตกลงเจรจาทางการค้าอย่างเป็นทางการ ผมคิดว่าผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย หรือได้รับผลกระทบมีหลายด้านมาก ผมคิดว่าการเปิดเผยกรอบความร่วมมือที่ผ่านมา คงทำให้หลายคนได้เห็นว่ามันครอบคลุมเกือบทุกภาคส่วน” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ถ้ามีความจำเป็นต้องดำเนินการใด ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อคนเหล่านั้น ก็ต้องมีแผนที่ชัดเจนในการเยียวยา และมีแผนที่จะมีระยะเปลี่ยนผ่าน ให้คนที่ได้รับผลกระทบในทางลบจะทำอย่างไร ที่ผ่านมา รัฐบาลทั้งชุดที่แล้ว และชุดนี้ได้พูดถึงเฉพาะคนที่ได้รับผลกระทบจากภาษี 19 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น แต่ไม่ได้พูดอะไรเลยกับคนที่ได้รับผลกระทบจากสิ่งที่เรานำไปแลก เพื่อให้ได้ลดภาษีมา 19 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นรัฐบาลต้องเร่งเปิดเผยข้อเท็จจริง และให้เกิดการมีส่วนร่วม และต้องบอกให้ชัดว่าช่องทางหรือการเจรจารายละเอียด มีมากน้อยแค่ไหนอย่างไร

เมื่อถามว่าแร่แรเอิร์ธ ที่ผ่านมาไทยมีการขุดหรือไม่ เพราะปัจจุบันส่งออกจากการนำเข้าจากประเทศออสเตรเลีย นำเข้าจากออสเตรเลียมาสกัด นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า จริงๆ แล้วจะพูดถึงหลายขั้นตอนในการทำ เรื่องนี้ ถ้าพูดไปแล้ว เป้าหมายของสหรัฐที่อาจจะเป็นประเทศที่ไม่ใช่ประเทศไทย ที่มีการผลิตหรือมีสิ่งเหล่านี้มากกว่า ก็น่าจะไม่ใช่ไทยเป็นหลัก

“ความจริงในภูมิภาคนี้มีประเทศอื่นๆ แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าก็ยังไม่มีการไปทำข้อตกลงแบบนี้ ยกเว้นกรณีของออสเตรเลีย เพราะฉะนั้น นายกฯ ก็ตอบง่ายไปนิดที่บอกว่าเป็นแค่เอ็มโอยู เราคงไม่ไปทำอะไร ในที่สุดแล้วถูกมองว่าเอ๊ะเราไปตกลงอะไรกันแล้วไม่ให้ความสำคัญ เพียงแต่เรื่องนี้ผมคิดว่าคนไทยทราบสิ่งเหล่านี้เป็นครั้งแรกเมื่อเปิดเผยอกมา ดังนั้นรัฐบาลมีหน้าที่สำคัญในการเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วม ในการทำความเข้าใจว่าจะเดินไปข้างหน้าอย่างไร” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

เมื่อถามว่าควรนำเรื่องนี้เข้าสภาหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ข้อตกลงทางการค้า สุดท้ายแล้วย่อมต้องเข้าสภาอยู่แล้ว ส่วนบันทึกความเข้าใจคงต้องดูข้อกฎหมายว่าเข้าข่ายหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ยังมีรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติเยอะ จะเป็นตัวบ่งบอกระดับของการที่จะได้รับการอนุมัติ อย่าว่าแต่สภาเลย แค่หน่วยงานต่างๆ ก็ยังมีอีกมากมาย