เมื่อวันที่ 29 ต.ค.พ.ต.อ.สมพงษ์ สุวรรณวงศ์ รองผู้บังคับการสืบสวนตำรวจภูธรภาค 9 พร้อมด้วย พ.ต.ท.ปิยพล แป้นแก้ว รองผู้กำกับการสืบสวนปฏิบัติการพิเศษ กองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 9 นำกำลังร่วมกับตำรวจภูธรจังหวัดอุบลราชธานี สกัดจับ นางสุจิรา  อายุ 62 ปี ชาวอำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ที่ปั๊มน้ำมันริมถนนชยางกูร ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความที่ สภ.คอหงส์ จังหวัดสงขลา ว่าถูกหลอกเล่นพนันกำถั่วหลังถูกอ้างว่าจะซื้อบ้านมูลค่า 3.5 ล้านบาท ทำให้สูญเงินสดและทองคำรวมกว่า 200,000 บาท

จากการตรวจสอบพบว่า นางสุจิรา มีหมายจับของศาลจังหวัดเพชรบุรี 2 หมาย และศาลจังหวัดเชียงใหม่ 1 หมาย ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์” และ “ซ่องโจร” โดยพฤติการณ์มักอ้างตัวเป็น “เจ๊” ร่วมกับขบวนการมิจฉาชีพ ที่หลอกให้เหยื่อร่วมเล่นพนันกำถั่ว ก่อนจะใช้กลอุบายถากถางและหลอกให้ลงทุนเพิ่ม จนสูญเงินจำนวนมาก

ผู้ต้องหารับสารภาพว่า เป็นผู้ร่วมขบวนการจริง ทำหน้าที่เป็น “เจ๊” ร่วมกับกลุ่มที่เรียกว่า “คนจูงหมู” และ “เสี่ย” ซึ่งทำทีเป็นนักลงทุน ก่อนหลอกให้เหยื่อเป็นเจ้ามือกำถั่ว โดยกลอุบายให้เล่นพนันไม่จริงแต่เซ็นเอกสารยอมรับหนี้สิน

หลังสอบสวนเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ดำเนินคดีตามหมายจับ พร้อมขยายผลหาผู้ร่วมขบวนการที่ยังหลบหนี

ขณะที่ ผู้เสียหายหญิง อายุ 42 ปี ชาวอำเภอปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า เธอถูกกลุ่มคนดังกล่าวหลอกให้เชื่อว่าจะซื้อบ้าน ก่อนพาไปรีสอร์ตแห่งหนึ่งในอำเภอหาดใหญ่ ชักชวนเล่นพนันกำถั่วและใช้คำพูดดูถูก จนตกเป็นเหยื่อสูญเงินกว่า 2 แสนบาท

ด้าน พ.ต.อ.สมพงษ์ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า กลุ่มนี้เป็น “แก๊งควาย” ที่เคยก่อเหตุลักษณะเดียวกันเมื่อกว่า 10 ปีก่อนในหลายจังหวัด ก่อนกลับมาอาละวาดอีกครั้งหลังพ้นโทษ โดยมีสมาชิกทำหน้าที่หลากหลาย ทั้งคนชี้เป้า คนจูงหมู และผู้จัดการ ซึ่งแต่ละรายจะได้รับส่วนแบ่งตามจำนวนเงินที่หลอกได้

พร้อมเตือนประชาชนให้ระมัดระวังกลโกงลักษณะนี้ อย่าหลงเชื่อคำชวนเล่นการพนันหรืออ้างซื้อขายทรัพย์สิน และหากตกเป็นเหยื่อให้รีบแจ้งความดำเนินคดีที่สถานีตำรวจใกล้บ้านทันที