เมื่อวันที่ 30 ต.ค. นายพรพรหม วิกิตเศรษฐ์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าฯ กทม. และผู้บริหารด้านความยั่งยืนของกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 เป็นปัญหาหลักที่ กทม. กำลังเผชิญอยู่ ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขอนามัยของประชาชน สาเหตุหลักมาจากควันดำจากท่อไอเสียรถยนต์ ที่เผาไหม้ไม่สมบูรณ์
มีสาเหตุจากหลายองค์ประกอบ เช่น น้ำมันเชื้อเพลิงคุณภาพต่ำ กรองอากาศอุดตัน ทำให้อากาศเข้าไม่เพียงพอ ปรับแต่งปั๊มหัวฉีดไม่เหมาะสม หัวฉีดปั๊มน้ำมันเชื้อเพลิงชำรุด ทำให้การฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงไม่เป็นฝอยละเอียด การออกแบบห้องเผาไหม้ของเครื่องยนต์ และการบรรทุกน้ำหนักเกิน ทำให้รถยนต์แต่ละคันอาจมีควันดำออกมามาก เป็นต้น

นายพรพรหม เผยต่อไปว่า จากกรณีดังกล่าวจึงได้มีการขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาจากต้นเหตุเพื่ออากาศสะอาด โดยกรมควบคุมมลพิษ เสนอปรับมาตรฐานควันดำรถยนต์ดีเซล โดยจะวัดเป็นค่าความทึบแสง ปัจจุบันมีการปรับลดมาตรฐานลง จากเดิมไม่เกินร้อยละ 30 ปรับลดเป็นไม่เกินร้อยละ 20 เพื่อสุขภาพที่ดีของประชาชน ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 พ.ย. 68 ทั้งนี้ได้มีประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 29 ก.ย. 68 ที่ผ่านมา โดยมาตรฐานใหม่นี้เป็นการควบคุมมลพิษจากยานยนต์ที่เข้มงวดขึ้น โดยเฉพาะรถยนต์เก่ากว่ามาตรฐานยูโร 5 เพื่อลดปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ที่เกิดจากการเผาไหม้ของเครื่องยนต์

อย่างไรก็ตาม รถยนต์ที่ฝ่าฝืนที่มีปัญหาควันดำ จะถูกติดสติกเกอร์ “ห้ามใช้ชั่วคราว” ไม่สามารถนำมาวิ่งบนถนนได้ และพนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจ ดำเนินการออกคำสั่ง “ห้ามใช้ชั่วคราว” ให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองยานพาหนะที่มีควันดำเกินมาตรฐาน ต้องนำรถไปปรับปรุงแก้ไข และนำรถมายกเลิกคำสั่งภายในระยะเวลา 15 วัน นับแต่ถูกสั่งห้ามใช้ชั่วคราว จากเดิมที่กำหนดภายในระยะเวลา 30 วัน

และเมื่อพ้นกำหนด 15 วันแล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจควันดำจากรถ และดำเนินการต่อไปตามแต่กรณี ได้แก่ 1.กรณีไม่เกินมาตรฐาน พนักงานเจ้าหน้าที่จะยกเลิกคำสั่งห้ามใช้ยานพาหนะชั่วคราว และนำเครื่องหมายห้ามใช้ชั่วคราวออกจากยานพาหนะ 2.กรณีเกินกว่ามาตรฐาน พนักงานเจ้าหน้าที่จะออกคำสั่งห้ามใช้ยานพาหนะเด็ดขาด เจ้าของหรือผู้ครอบครองต้องขออนุญาตเคลื่อนย้ายยานพาหนะ เพื่อนำไปปรับปรุงแก้ไขสภาพเครื่องยนต์

ดังนั้น รถยนต์ดีเซลรุ่นเก่า (ยูโร 1-5) สามารถลดค่าควันดำให้ไม่เกินร้อยละ 20 ได้ด้วยวิธีการต่าง ๆ เช่น 1.ทำความสะอาด หรือเปลี่ยนกรองอากาศใหม่ 2.เปลี่ยนกรองน้ำมันเชื้อเพลิงตามระยะเวลา 3.เปลี่ยนน้ำมันเครื่องและกรองน้ำมันเครื่องตามระยะเวลา 4.ปรับตั้งปั๊มน้ำมันเชื้อเพลิง ตั้งจังหวะการฉีดเชื้อเพลิงให้ถูกต้อง และ 5.ตรวจเช็กและปรับตั้งหัวฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงให้เป็นละอองและมีแรงดัน ซึ่งการดำเนินการดังกล่าว นอกจากเป็นการแก้ไขจากต้นเหตุแล้ว ยังเป็นการแก้ไขปัญหา PM2.5 ได้อีกทางหนึ่งด้วย.



