เมื่อวันที่ 30 ต.ค. นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า ตามที่ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ลงนามความร่วมมือกับการเคหะแห่งชาติ จัดสวัสดิการที่พักสำหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ไปแล้วเมื่อเร็วๆ นี้นั้น ตนได้ลงพื้นที่ร่วมกับการเคหะแห่งชาติ สำรวจบ้านพักครูที่โรงเรียนวัดมกุฎกษัตริยาราม กรุงเทพมหานคร ซึ่งโรงเรียนแห่งดังกล่าว มีนักเรียนทั้งหมด 500 คน ครู 20 คน และมีอาคารเรียนที่ถูกปล่อยทิ้งร้างไว้ 1 อาคารเรียน โดยอาคารเรียนร้างมีทั้งหมด 32 ห้องเรียน ดังนั้น สพฐ. จะดำเนินการปรับปรุงอาคารเรียนหลังนี้ตามความร่วมมือดังกล่าว เพื่อเป็นสวัสดิการบ้านพักให้แก่ข้าราชการครูของโรงเรียนวัดมกุฎกษัตริยารม หรือครูสังกัดโรงเรียนอื่นๆ ที่ใกล้เคียงได้มาใช้พักอาศัยได้ด้วย เพราะแปลนการปรับปรุงจะแบ่งสัดส่วนห้องได้สองส่วน พร้อมห้องน้ำส่วนตัว ซึ่งหลังจากนี้จะเข้าสู่ขั้นตอนจัดทำแผนปรับปรุงและกรอบวงเงินงบประมาณที่ใช้ดำเนินการ เสนอให้ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.ศึกษาธิการ รับทราบ และนำเข้าสู่การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ความเห็นชอบต่อไป
เลขาธิการ กพฐ. กล่าวต่อไปว่า สำหรับแผนการปรับปรุงบ้านพักครูตามความร่วมมือนั้น จะมีพื้นที่โรงเรียนที่รวม เลิกสถานศึกษานำร่อง ที่มีความพร้อมสูงและมีความจำเป็นเร่งด่วน จำนวน 8 แห่ง ได้แก่ พื้นที่ของโรงเรียนหนองหล่มวิทยาคาร จังหวัดเชียงใหม่, โรงเรียนบ้านเมืองพรึก จังหวัดอุดรธานี, โรงเรียนวัดท่าวังหิน จังหวัดอุบลราชธานี, โรงเรียนบ้านคลองห้วยทราย จังหวัดกำแพงเพชร, โรงเรียนบ้านตางาม จังหวัดตราด, โรงเรียนบ้านแจงงาม จังหวัดกาญจนบุรี, อาคาร สปอ. จังหวัดสุราษฎร์ธานี และคลังดอนเมือง สพฐ. จังหวัดปทุมธานี โดยบันทึกความร่วมมือนี้ จะมีระยะเวลา 5 ปี นับแต่วันลงนามเป็นต้นไป
“ปัจจุบัน สพฐ. มีบ้านพักครูอยู่ในความดูแลกว่า 41,000 หลัง โดยพบว่ามีสภาพทรุดโทรมกว่า 14,900 หลัง และในจำนวนนี้กว่า 13,000 หลัง ยังมีครูอาศัยอยู่จริง จึงกำหนดให้เป็นเฟสแรกในการเร่งปรับปรุงภายในปีนี้ และจะบรรจุในแผนพัฒนาเพื่อปรับปรุงให้ครบ 40,000 หลัง ภายในปีงบประมาณ 2570 นอกจากนี้ สพฐ. ยังมีการสำรวจจากครูที่ต้องการให้สร้างบ้านพักครูใหม่ก่อนเกิดความร่วมมือดังกล่าวด้วย โดย สพฐ. ได้ตั้งงบประมาณรองรับสำหรับการจัดสร้างใหม่ ประมาณ 300 ล้านบาท ซึ่งจะเสนอให้สำนักงบประมาณพิจารณาด้วยเช่นกัน” นายพิเชฐ กล่าว
ด้านนายมงคล จันทษี รองผู้ว่าการเคหะแห่งชาติ กล่าวว่า การเคหะแห่งชาติพร้อมสนับสนุนการดำเนิงานตามกรอบความร่วมมือนี้อย่างเต็มที่ และจะรีบจัดหาแหล่งเงินทุนมาดำเนินการ เพื่อให้โครงการขับเคลื่อนสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป



