เมื่อวันที่ 30 ต.ค.  ที่เมืองคยองจู ประเทศเกาหลีใต้ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมระดับรัฐมนตรีเอเปค ครั้งที่ 36 ซึ่งจัดขึ้นก่อนการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ว่า ในปีนี้ สมาชิกเขตเศรษฐกิจเอเปคเป็นห่วงประเด็นระบบพหุภาคี และระเบียบโลกที่ยึดมั่นกับกฎกติกา หลังจากที่สหรัฐอเมริกาได้ดำเนินนโยบายฝ่ายเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องภาษี โดยหลายเขตเศรษฐกิจได้มีการกล่าวถ้อยแถลงแสดงความห่วงใยต่อกระบวนการพหุภาคีที่ถูกบั่นทอน รวมถึงการดำเนินมาตรการฝ่ายเดียว ขณะที่เอเปคเป็นเวทีที่มีความร่วมมือเปิดกว้าง ขับเคลื่อนกรอบพหุภาคี และการค้าเสรี โดยแนวคิดหลักของการประชุมเอเปคครั้งนี้ คือ Connect, Innovation, Prosper หรือการเชื่อมต่อ, การสร้างสรรค์นวัตกรรม และการส่งเสริมความเจริญรุ่งเรือง ซึ่งมีการพูดถึงนวัตกรรมที่นำไปสู่ระบบเศรษฐกิจดิจิทัล ที่มีความจำเป็นอย่างมาก สำหรับการสร้างความเชื่อมโยง โดยประเด็นที่มีการพูดถึงมาก คือการนำปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ มาใช้ประโยชน์ให้ได้มากที่สุด แต่ในความก้าวหน้าก็จำเป็นต้องมีธรรมาภิบาลในเรื่องเอไอด้วย

นายสีหศักดิ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเน้นย้ำเรื่องการมีส่วนร่วม และไม่ทอดทิ้งใคร โดยจะก้าวไปข้างหน้าด้วยการดึงประเทศอื่นๆ ให้เข้ามาสู่เศรษฐกิจดิจิทัลไปพร้อมกันได้ แม้แต่ละประเทศอาจไม่สามารถทำได้เท่าเทียมกัน แต่จำเป็นต้องก้าวไปด้วยกัน ส่วนประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างมาก รวมทั้งเป็นประเด็นที่ไทยให้ความสำคัญ ซึ่งต่อยอดมาจากการประชุมสุดยอดอาเซียนที่มาเลเซีย คืออาชญากรรมไซเบอร์ที่มีความรุนแรง และส่งผลกระทบในวงกว้าง จึงต้องดำเนินการปราบปรามอย่างจริงจัง โดยไทยมีบทบาทนำและเป็นศูนย์กลางแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร อีกทั้งยังผลักดันให้มีการยกระดับความร่วมมือมากขึ้นเป็นการประชุมระหว่างประเทศ และหลังจากนี้ ไทยมีหน้าที่จะขยายข้อริเริ่มนี้ให้เป็นข้อเสนอให้จัดการประชุมที่ต้องหารือว่าจะเป็นในรูปแบบไหน ระดับใด และเมื่อไหร่ ซึ่งไทยมองว่าประเด็นนี้เป็นเรื่องเร่งด่วน หากประชุมได้เร็วก็จะเป็นประโยชน์ โดยผลตอบรับจากที่ประชุมรัฐมนตรีเป็นไปด้วยดี ทุกคนตระหนักถึงความสำคัญและความเร่งด่วนของเรื่องดังกล่าว ทั้งนี้อาจมีหลายประเทศมาร่วมเป็นเจ้าภาพได้

นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า  สำหรับการประชุมเอเปคในปีนี้ที่เกาหลีใต้เป็นเจ้าภาพ และชูหนึ่งในหัวข้อหลักคืออุตสาหกรรมวัฒนธรรม (Culture Creative Industry) เป็นครั้งแรก ซึ่งประเทศไทยมีนโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โดยเป็นโจทย์สำคัญว่าจะทำอย่างไรให้สตาร์ทอัพหรือคนรุ่นใหม่พัฒนาแนวคิดสร้างสรรค์ไปสู่สินค้าที่สร้างสรรค์ที่ส่งเสริมในเชิงพาณิชย์ ที่เข้าสู่ตลาดโลกได้

ผู้สื่อข่าวถามถึงการหารือทวิภาคีระหว่างนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และนายอี แจ-มยอง ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า เกาหลีใต้เป็นประเทศที่ประสบความสำเร็จในหลายเรื่อง มีการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ไปในระดับแนวหน้า ซึ่งมีหลายสิ่งที่ไทยสามารถเรียนรู้จากเกาหลีใต้ได้ ส่วนความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศ สามารถไปได้ไกลกว่านี้ ซึ่งขณะนี้ ไทยและเกาหลีใต้ยังอยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อจัดทำความตกลงความเป็นหุ้นส่วนเศรษฐกิจรอบด้าน โดยจะเร่งการดำเนินการ เพื่อให้ความสัมพันธ์ทั้งเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนขยายตัว.