สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงไคโร ประเทศอียิปต์ เมื่อวันที่ 31 ต.ค. ว่า โครงสร้างกระจกทรงสามเหลี่ยมของ “อาคารทางวัฒนธรรมที่ใหญ่ที่สุดในคริสต์ศตวรรษที่ 21” ขนาด 24,000 ตารางเมตร ถูกออกแบบโดยบริษัทสถาปนิก เฮเนกฮาน เพ็ง ของไอร์แลนด์ โดยเลียนแบบรูปทรงของพีระมิดคูฟู คาเฟร และเมนคูเร

อาคารแห่งนี้ถูกขนานนามว่าเป็น “พีระมิดแห่งที่ 4” ของที่ราบสูงกิซา ซึ่งเก็บรักษาโบราณวัตถุราว 100,000 ชิ้น จาก 30 ราชวงศ์ของฟาโรห์แห่งอียิปต์โบราณ ขณะที่สิ่งก่อสร้างมูลค่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 32,350 ล้านบาท) ซึ่งใช้เวลาก่อสร้างกว่า 20 ปี คาดว่าจะดึงดูดผู้เข้าชมได้มากกว่า 5 ล้านคนต่อปี โดยรัฐบาลหวังว่า พิพิธภัณฑ์จะมีบทบาทสำคัญในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ที่ได้รับผลกระทบจากหนี้สินและภาวะเงินเฟ้อ

บริเวณโถงทางเข้าอันกว้างใหญ่ รูปปั้นหินแกรนิตของพระเจ้ารามเสสที่ 2 กษัตริย์องค์ที่สามแห่งราชวงศ์ที่ 19 ซึ่งสูงถึง 11 เมตร คอยรับหน้าที่ต้อนรับผู้มาเยือน โดยพิพิธภัณฑ์แห่งนี้จะเป็นบ้านหลังสุดท้ายของรูปปั้นพระองค์ หลังถูกย้ายที่ตั้งมาหลายครั้ง นับตั้งแต่ถูกค้นพบครั้งแรกเมื่อปี 2363 ใกล้กับวิหารในเมืองโบราณเมมฟิส ทางตอนใต้ของกรุงไคโร

ห้องจัดแสดงแห่งหนึ่ง จัดแสดงโบราณวัตถุ 5,000 ชิ้น จากคลังสมบัติของฟาโรห์ตุตันคาเมน ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญที่สุดในสมัยอียิปต์โบราณ โดยถูกจัดแสดงในที่แห่งนี้เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่นักโบราณคดีชาวอังกฤษ นายโฮเวิร์ด คาร์เตอร์ ค้นพบสุสานของพระองค์ในหุบเขากษัตริย์ ใกล้เมืองลักซอร์ ทางตอนใต้ของอียิปต์ เมื่อปี 2465 ขณะที่โลงศพทองคำและหน้ากากพระศพที่ฝังด้วยหินลาพิศ ลาซูรี ของฟาโรห์ตุตันคาเมน ได้กลายเป็นดาวเด่นสำหรับพิธีเปิดครั้งนี้

นอกจากนั้น ยังมีอาคารจัดแสดงเรือสุริยะอายุ 4,600 ปีของฟาโรห์คูฟู ซึ่งเป็นหนึ่งในโบราณวัตถุที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดจากยุคโบราณ โดยเรือไม้ซีดาร์และอะคาเซียยาว 44 เมตร ถูกค้นพบเมื่อปี 2497 ใกล้กับพีระมิดคูฟู และในอีก 3 ปีข้างหน้า ผู้มาเยือนจะสามารถรับชมเรืออีกลำ ที่ถูกค้นพบเมื่อปี 2530 ได้ผ่านกำแพงกระจก

AFP

ก่อนหน้านั้น พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เปิดให้สาธารณชนเข้าชมบางส่วนเมื่อเดือน ต.ค. 2567 หลังจากที่เปิดตัวไปเมื่อปี 2545 ในสมัยอดีตประธานาธิบดีฮอสนี มูบารัค แต่พิธีเปิดถูกเลื่อนออกไปจากความวุ่นวายทางการเมืองหลังจากการลุกฮือเมื่อปี 2554, การระบาดของโรคโควิด-19 และความขัดแย้งในภูมิภาค.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES, AFP