สวัสดีเดือนพฤศจิกายน และพบกับสารพัดสาระยานยนต์จากทุกมุมโลกกับอ้วนซ่า แอบซิ่ง ในฉบับนี้อ้วนซ่าฯ จะขอนำทุกท่านไปพบกับ แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าจากประเทศญี่ปุ่นที่อาจจะเข้าสู่ยุทธภูมิของรถยนต์ไฟฟ้า นั่นก็คือ แบรนด์ “ชาร์ป” (SHARP) ผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่มีอายุถึงทุกวันนี้ก็ 113 ปีแล้วนั่นเอง

สำหรับตัวของชาร์ปนั้น เชื่อว่าไม่มีคนไทย เจน X เจน Y คนไหนที่ไม่รู้จัก เพราะโด่งดังมาจากสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน และในห้องครัวนานาชนิด ไม่ว่าจะเป็น ทีวี เครื่องทำน้ำร้อน ตู้เย็น เตาไมโครเวฟ ฯลฯโดยการก้าวเข้าสู่ยุทธภูมินี้ก็ถือว่าเป็นความเป็นไปได้ที่น่าจับตามอง โดยพวกเขาได้จับมือกับ ยักษ์ใหญ่ด้านการผลิต และวิจัยเทคโนโลยี อย่าง ฟ็อกซ์คอนน์ (FOXCONN) จากประเทศไต้หวัน ที่ได้ซุ่มทำการพัฒนาแพลทฟอร์มรถไฟฟ้ามาได้พักใหญ่แล้วนั่นเอง

รถแนวคิดของชาร์ป ที่เปิดตัวในงาน แจแปน โมบิลิตี้ โชว์ 2025 (Japan Mobility Show 2025) นี้มีชื่อ SHARP LDK+ ซึ่งหากคุณเป็นคนที่พอจะคุ้นเคยกับสังคมญี่ปุ่นบ้าง ก็จะเข้าใจว่า LDK นั้นเป็นศัพท์ที่คนญี่ปุ่นใช้อธิบายลักษณะของ “บ้าน” ของพวกเขา L=Living ห้องพักผ่อน ซึ่งก็หมายรวมถึงห้องนอนด้วย D= Dining ห้องทานอาหาร และ K=Kitchen ห้องครัว ดังนั้น LDK+ ก็คือ รถที่จะเป็นดั่ง “ส่วนต่อขยายของห้องพักผ่อนนั่งเล่น” และด้วยการที่เป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนมาช้านาน แนวคิดนี้จึงดูเข้าทางเขามากทีเดียว

รถคันนี้ไม่ใช่รถชื่อ LDK+ คันแรกของพวกเขา เพราะก่อนหน้านี้ในปี 2024 พวกเขาก็ได้นำเสนอแนวคิดนี้ไปแล้ว แต่ในปีนี้เขาได้ปรับมันจนใกล้เข้าสู่โลกความเป็นจริงมากขึ้น โดยใช้สถาปัตยกรรมรถไฟฟ้า Foxconn Model A ตามมาตรฐานรถไฟฟ้าร่วมสมัยคือ พื้นรถด้านล่างเป็นชุดแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ ซึ่งทำหน้าที่เป็นแชสซีส์ ส่วนทางด้านหน้าของรถนั้นจะเป็นพื้นที่ของระบบมอเตอร์และระบบอินเวิร์ทเตอร์ (Inverter) สำหรับด้านรูปลักษณ์ สัดส่วน ของตัวรถนั้นเป็นสไตล์ “มินิแวน” ประตูสไลด์ ที่แม้จะมีรูปทรงเหลี่ยมเรียบง่ายสะอาดตา แต่ก็มีความกลมกล่อม และให้ความรู้สึกทันสมัยโดยไม่ต้องมีเส้นสายที่หวือหวาใดๆ

ส่วนของห้องโดยสารนั้นได้รับการออกแบบให้มีความราบเรียบ เบาะนั่งคนขับสามารถหมุนหันหลังกลับไปด้านหลังได้ ส่วนเบาะนั่งแถวที่สองนั้นเป็นเบาะยาวแบบ 3 ที่นั่ง ที่สามารถดันไปทางด้านหลัง พร้อมกับมาพร้อมระบบส่องสว่างภายในที่ให้แสงที่ผ่อนคลาย เพื่อสร้างบรรยากาศโอ่โถง และอบอุ่นของห้องนั่งเล่น ดังที่ตั้งไว้ และนอกจากนั้นยังมาพร้อมกับระบบโปรเจคเตอร์ และจอที่พับเก็บได้ เพื่อที่จะเปลี่ยนให้รถคันนี้กลายเป็นโรงหนังเคลื่อนที่ ได้ทันที

แน่นอนว่าในยุคของ “อินเตอร์เน็ตออฟธิงส์” (Internet of Things, IoT) ที่อุปกรณ์ใดๆล้วนแล้วแต่เชื่อมกับระบบอินเตอร์เน็ต รถคันนี้ก็พร้อมที่เชื่อมต่อเข้ากับระบบ Sharp AIoT (การรวมกันของ Ai กับระบบ IoT) เพื่อสั่งงานเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆของชาร์ปในบ้านของคุณได้อีกด้วย และแน่นอนว่า กำลังไฟฟ้าที่สะสมอยู่ในรถก็สามารถจ่ายคืนให้กับที่พักอาศัยได้ด้วยระบบ V2H (Vehicle to Home) เรียกได้ว่าหากใช้งานร่วมกับระบบหลังคาโซลาร์เซลล์ และระบบแบตเตอรี่สำรองในบ้าน รถคันนี้สามารถจะลดค่าไฟในครัวเรือนแต่ละเดือนได้แน่นอน

ถ้ารถรุ่นนี้สามารถประสบความสำเร็จได้ เราน่าจะได้เห็นการมาถึงของรถไฟฟ้าจากแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ ได้อย่างแน่นอน ท่านผู้อ่านอยากเห็นแบรนด์ใดหันมาทำรถไฟฟ้าบ้างล่ะขอรับ? ส่วนตัวอ้วนซ่า อยากเห็นแบรนด์ G-Shock ของ Casio มาลองทำรถมินิออฟโรดไฟฟ้าบ้าง น่าจะแจ่มนะขอรับ!



