สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 1 พ.ย. ว่า คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) มีมติเสียงข้างมาก 13 เสียง และงดออกเสียง 2 เสียง คือสหรัฐและรัสเซีย ซึ่งเป็นสมาชิกถาวรของยูเอ็นเอสซี ในการให้สหประชาชาติ (ยูเอ็น) ขยายระยะเวลาของภารกิจรักษาสันติภาพในโคลอมเบียออกไปอีกอย่างน้อยหนึ่งปี แต่จะลดข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองชนกลุ่มน้อยทางชาติพันธุ์ในประเทศนั้น


นายไมค์ วอลต์ซ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำยูเอ็น กล่าวว่า รัฐบาลวอชิงตันยังคงมีความกังวลอย่างมีนัยสำคัญเกี่ยวกับกระบวนการสันติภาพของโคลอมเบีย เนื่องจากสถานการณ์ด้านความมั่นคงในประเทศแห่งนี้เลวร้ายลง และมีความเสี่ยงที่จะทำให้ผู้ก่อการร้ายและผู้ค้ายาเสพติดลอยนวลจากกระบวนการยุติธรรม


ทั้งนี้ ภารกิจรักษาสันติภาพของยูเอ็นในโคลอมเบีย จัดตั้งขึ้นหลังการสงบศึกระหว่างกองกำลังปฏิวัติติดอาวุธโคลอมเบีย (ฟาร์ก) กับรัฐบาลโคลอมเบียในยุคประธานาธิบดี ฮวน มานูเอล ซานโตส โดยภารกิจดังกล่าว ทำหน้าที่กำกับดูแลการดำเนินการตามข้อตกลงสันติภาพ ซึ่งเรียกร้องให้มีการปลดอาวุธสมาชิกฟาร์กหลายพันคน


ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของยูเอ็นเอสซี เกิดขึ้นท่ามกลางความสัมพันธ์ที่ตึงเครียด ระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กับประธานาธิบดีกุสตาโว เปโตร ผู้นำโคลอมเบีย จากนโยบายหลายเรื่อง รวมถึงการที่กองทัพสหรัฐปฏิบัติการโจมตีเรือหลายลำในทะเลแคริบเบียน อย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือน ก.ย. ที่ผ่านมา และมีผู้เสียชีวิตแล้ว 62 ราย ซึ่งยูเอ็นเรียกร้องให้สหรัฐยุติปฏิบัติการดังกล่าว.

เครดิตภาพ : AFP