สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 1 พ.ย. ว่านายพีต เฮกเซธ รมว.กระทรวงกลาโหมสหรัฐ พบหารือกับพล.อ.เตีย เซ็ยฮา รมว.กระทรวงกลาโหมกัมพูชา นอกรอบการประชุมรัฐมนตรีกลาโหมของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ( อาเซียน ) ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ของมาเลเซีย เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา


ทั้งนี้ เฮกเซธกล่าวว่า สหรัฐและกัมพูชาจะรื้อฟื้นการซ้อมรบร่วม “อังกอร์ เซนทิเนล” เป็นครั้งแรกในรอบ 8 ปี หลังระงับไปตั้งแต่ปี 2560 ในช่วงที่รัฐบาลวอชิงตันวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลพนมเปญอย่างหนัก เกี่ยวกับปัญหาด้านสิทธิมนุษยชนที่เลวร้ายลง และการเสื่อมถอยของประชาธิปไตยในประเทศ


การประกาศเรื่องนี้นับเป็นสัญญาณล่าสุดของการฟื้นฟูความสัมพันธ์ระดับทวิภาคี หลังทั้งสองประเทศเจรจาและทำข้อตกลงกันหลายฉบับในปีนี้ รวมถึงการลงนามในคำประกาศสันติภาพร่วมกับไทย โดยมีประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ทำหน้าที่ผู้ไกล่เกลี่ย


ขณะที่แถลงการณ์ของกระทรวงกลาโหมสหรัฐระบุด้วยว่า มีการหารือเกี่ยวกับการเตรียมการรับเรือรบของสหรัฐ ซึ่งจะเข้าเทียบท่ายังฐานทัพเรือเรียม ที่เมืองสีหนุวิลล์ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของกัมพูชา ซึ่งรัฐบาลวอชิงตันเคยมีส่วนร่วมกับการพัฒนา แต่มีอันต้องถอนตัวออกไปในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เนื่องจากรัฐบาลพนมเปญมีความสัมพันธ์ที่แนบแน่นยิ่งขึ้นกับจีน


อนึ่ง สหรัฐถือว่าฐานทัพเรือเรียม “คือจุดยุทธศาสตร์” และแสดงความกังวลมาตลอด ว่าจีนจะได้รับสิทธิ์เข้าถึงฐานทัพเรือแห่งนี้แต่เพียงผู้เดียว และเชื่อว่า ในที่สุดฐานทัพนี้ ซึ่งอยู่ติดกับอ่าวไทย จะกลายเป็น “ด่านหน้าแห่งแรก” ของรัฐบาลปักกิ่งในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก


อีกด้านหนึ่ง พล.อ.ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา สนทนาทางโทรศัพท์กับนายแคช ปาเทล ผู้อำนวยการสำนักงานสอบสวนกลาง ( เอฟบีไอ ) เกี่ยวกับการยกระดับความร่วมมือในการจัดการกับปัญหาสแกมเมอร์ และเครือข่ายอาชญากรรมออนไลน์ข้ามชาติ ซึ่งพล.อ.ฮุน มาเนต ให้คำมั่นยกระดับความเข้มงวดของกฎหมายต่อต้านการฟอกเงิน และการปราบปรามศูนย์ฉ้อโกง.

เครดิตภาพ : AFP