สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 2 พ.ย. ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ โพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์ม ทรูธ โซเชียล ว่ามอบหมายให้กระทรวงกลาโหม เตรียมพร้อม “ดำเนินการที่เป็นไปได้” ในการใช้ปฏิบัติการทางทหารกับไนจีเรีย หากอีกฝ่ายยังคง “อนุญาต” ให้มีการสังหารหมู่ชาวคริสต์ในประเทศ
ขณะเดียวกัน ทรัมป์ยืนยันว่า สหรัฐจะยุติการมอบความช่วยเหลือและความสนับสนุนทั้งหมดให้แก่ไนจีเรียด้วย พร้อมทั้งเตือนว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไนจีเรียควรคลี่คลายสถานการณ์ที่เกิดขึ้นให้เร็วที่สุด เพื่อไม่ให้คำขู่ของสหรัฐต้องกลายเป็นความจริง
"The United States cannot stand by while such atrocities are happening in Nigeria, and numerous other Countries. We stand ready, willing, and able to save our Great Christian population around the World!" – PRESIDENT DONALD J. TRUMP pic.twitter.com/jvWcJmUPJ7
— The White House (@WhiteHouse) October 31, 2025
ด้านประธานาธิบดีโบลา ทินูบู ผู้นำไนจีเรีย กล่าวโดยไม่พาดพิงสหรัฐโดยตรง ว่าการที่ฝ่ายใดก็ตามกล่าวหาว่า ไนจีเรียเป็นประเทศที่ไม่ยอมรับความแตกต่างทางศาสนา ไม่ได้สะท้อนความเป็นจริงของไนจีเรีย หลังแต่ทรัมป์กล่าวอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมา ว่า “กลุ่มก่อการร้ายทางศาสนา” กำลังสังหารหมู่ชาวคริสต์หลายพันคนที่ไนจีเรีย
อย่างไรก็ตาม เรื่องศาสนาถือเป็นหนึ่งในประเด็นละเอียดอ่อนของสังคมไนจีเรียมาอย่างยาวนาน โดยภาคเหนือของประเทศมีประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม ขณะที่ในภาคกลางของประเทศเกิดการปะทะระหว่างเกษตรกรชาวมุสลิมกับชาวคริสต์หลายต่อหลายครั้ง แม้หลายฝ่ายพยายามนำเสนอว่าเป็นความขัดแย้งทางศาสนา แต่โดยทั่วไปแล้วมีสาเหตุมาจากการแข่งขันเพื่อเข้าถึงที่ดิน
นอกจากนี้ ภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศเป็นศูนย์กลางของการก่อความไม่สงบของกลุ่มโบโก ฮาราม ซึ่งได้สังหารผู้คนไปแล้วมากกว่า 40,000 ราย และทำให้มีผู้พลัดถิ่นอีกมากกว่า 2 ล้านคน นับตั้งแต่ปี 2552 ตามรายงานของสหประชาชาติ (ยูเอ็น).
เครดิตภาพ : AFP



