นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยถึงการจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ประเทศไทย โดยใช้ 3 เมืองหลัก ได้แก่ กรุงเทพมหานคร, จ.ชลบุรี และ จ.สงขลา เป็นเจ้าภาพ ระหว่างวันที่ 9-20 ธ.ค.2568 และกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 ระหว่างวันที่ 20-26 ม.ค.2569 ที่ จ.นครราชสีมา ว่า ศึกซีเกมส์เป็นมหกรรมการแข่งขันของชาติในภูมิภาคอาเซียนและได้รับการยอมรับในระดับเอเชียว่ามีความยิ่งใหญ่ไม่แพ้มหกรรมกีฬารายการอื่น ๆ ดังนั้นการที่ ประเทศไทย ได้เป็นเจ้าภาพอีกครั้งจึงนับว่าเป็นเรื่องที่ดี และใช้โอกาสในการเป็นเจ้าภาพครั้งนี้ กระตุ้นการจ้างงานเพิ่มขึ้นไม่ว่าจะเป็นการก่อสร้าง, งานบริการ, งานขนส่ง และงานกีฬา โดยเชื่อว่าจะมีการจ้างงานไม่ต่ำกว่า 12,000-14,000 อัตรา

“นอกจากนี้ยังจะมีนักกีฬาและผู้ฝึกสอน ตลอดจนผู้ติดตามจากชาติอาเซียน เดินทางมายังประเทศไทย อีกไม่ต่ำกว่า 12,000 คน ตัวเลขทางเศรษฐกิจที่จะหมุนเวียนในช่วงจัดการแข่งขันในทุกจังหวัดเจ้าภาพและจังหวัดใกล้เคียง การจับจ่ายใช้สอยของคนเหล่านี้เป็นไปในรูปแบบของสปอร์ตทัวริซึม ที่ช่วยกระตุ้นทั้งกีฬาและการท่องเที่ยวไปในตัว จะทำให้เรามีเม็ดเงินหมุนเวียนในประเทศจำนวนมหาศาล” รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา กล่าว

พร้อมระบุต่อว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 14 ต.ค.68 นอกจากจะมีมติเห็นชอบการจัดสรรงบประมาณในการจัดการแข่งขันแล้ว ยังระบุถึงประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการเป็นเจ้าภาพทั้ง 2 รายการ ได้แก่ เป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทย สู่สายตาประชาคมอาเซียน, แสดงความเป็นผู้นำด้านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและกีฬา, สร้างแรงบันดาลใจให้นักกีฬาไทยและเยาวชน และนักกีฬาไทย ประสบความสำเร็จ เป็นเจ้าเหรียญทอง รวมทั้งมีการประมาณการมูลค่าทางเศรษฐกิจไว้ที่ 5,285,000,000 บาท อีกด้วย.