สำนักข่าวซินหัวรายงานจากกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 3 พ.ย. ว่า แผนที่ดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแอปพลิเคชันซึ่งนายธนบดีและทีมงาน พัฒนาที่สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือ สทอภ. (GISTDA) ซึ่งครอบคลุมการประยุกต์ใช้งานหลากหลายด้าน อาทิ การเฝ้าติดตามภัยพิบัติ การเฝ้าติดตามสุขภาพ และการใช้ที่ดิน


ความสามารถสร้างแอปพลิเคชันสำคัญของนายธนบดี มีรากฐานจากประสบการณ์การศึกษาในหลักสูตรปริญญาโทของศูนย์ภูมิสารสนเทศสิรินธร ซึ่งเป็นทุนการศึกษาหลักสูตรสองปริญญาที่จัดตั้งขึ้น ผ่านความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยบูรพากับมหาวิทยาลัยอู่ฮั่นของจีน


นายธนบดีใช้เวลาหนึ่งปีเรียนวิศวกรรมการสำรวจที่จีน เพื่อเก็บเกี่ยวการแลกเปลี่ยนทางเทคโนโลยีและบุคลากรระหว่างสองประเทศ
ระหว่างการสัมภาษณ์กับสำนักข่าวซินหัวเมื่อไม่นานนี้ นายธนบดี กล่าวว่า เทคโนโลยีในจีน โดยเฉพาะด้านวิศวกรรมการสำรวจ แตกต่างจากของไทย เพราะจีนมีดาวเทียมหลายระบบเป็นของตนเอง การใช้ข้อมูลเหล่านี้เพื่อวิเคราะห์จึงก้าวหน้าและง่ายกว่ามาก

แบบจำลองด้านอวกาศบางส่วนที่สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือ สทอภ. ในอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี


การให้ความสำคัญกับการพัฒนาทุนมนุษย์อยู่นอกขอบเขตข้อตกลงมหาวิทยาลัยระดับทวิภาคีและได้รับการสนับสนุนอย่างมากผ่านกรอบพหุภาคี อย่างองค์การความร่วมมือด้านอวกาศแห่งเอเชีย-แปซิฟิก (APSCO)


นายตติยะ ชื่นตระกูล รองผู้อำนวยการแผนกปฏิบัติการโครงการและบริการข้อมูลของ APSCO เน้นย้ำว่าจีนมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาทรัพยากรบุคคลของ APSCO

สถานีภาคพื้นดินของสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือ สทอภ. ในอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี


อนึ่ง องค์การความร่วมมือด้านอวกาศแห่งเอเชีย-แปซิฟิก ซึ่งมีไทยเป็นหนึ่งใน 8 ประเทศสมาชิก มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงปักกิ่ง คอยให้ทุนการศึกษาระดับปริญญาโทและปริญญาเอกแก่นักศึกษาจากกลุ่มประเทศสมาชิก


นายตติยะ กล่าวว่า ความเชี่ยวชาญอันลึกซึ้งของจีนในด้านวิทยาศาสตร์อวกาศ เทคโนโลยี การประยุกต์ใช้ และนโยบายนั้นทำให้ประเทศสมาชิก APSCO ได้รับโอกาสเข้าถึงอาจารย์และผู้เชี่ยวชาญที่มีคุณวุฒิระดับสูงเพื่อการฝึกอบรมและให้คำปรึกษา ซึ่งทำให้การเข้าถึงเทคโนโลยีอวกาศขั้นสูงนั้นง่ายขึ้นและไม่แพงอย่างที่คิด

นายพีร์ ชูศรี รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือ สทอภ.


ด้านนายพีร์ ชูศรี รองผู้อำนวยการ สทอภ. มองว่าวาระครบรอบ 50 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยกับจีนในปี 2568 นับเป็นห้วงเวลาดีเยี่ยมในการขยายความร่วมมือหลากมิติ พร้อมทั้งเน้นย้ำว่าความร่วมมือที่ยาวนานเป็นรากฐานที่มั่นคง สทอภ. จะทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน


ขณะที่นายภานวีย์ โภไคยอุดม อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร กล่าวว่า ความร่วมมือกับบริษัทอวกาศเชิงพาณิชย์ของจีนมอบโอกาสอันมีค่าในการวิจัยและฝึกอบรมแก่คณาจารย์และนักศึกษาของมหาวิทยาลัย ทำให้พวกเขาได้สัมผัสเทคโนโลยีล้ำสมัยในดาวเทียมสื่อสารวงโคจรต่ำ และหวังว่า ในอนาคตไทยจะสามารถพัฒนาดาวเทียมสื่อสารวงโคจรต่ำด้วยตัวเอง.

ข้อมูล-ภาพ : XINHUA