เมื่อวันที่ 3 พ.ย. พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท. สั่งการให้ พล.ต.ต.ศิลา กาญจน์รักษ์ ผบก.สอท.5 พ.ต.อ.ธีระ เชื้อสุวรรณ ผกก.4 บก.สอท.5 พ.ต.ท.คมสัน สมอ่อน สว.กก.4 บก.สอท.5 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.สอท.5 นำหมายค้นจากศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี เข้าค้นในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี รวม 5 เป้าหมาย โดยจับกุมผู้ต้องหาได้ 3 ราย ประกอบด้วย นายสรยุทธ์ อายุ 35 ปี นายภีชพงค์ อายุ 29 ปี และนายพิสิฐ อายุ 26 ปี พร้อมของกลาง อาวุธปืนขนาด .357 สมิธแอนด์เวสสัน 1 กระบอก อาวุธปืนลูกซองยาว 1 กระบอก อาวุธปืนพกสั้น ขนาด 9 มม. 1 กระบอก ชุดโครงบน ลำกล้อง ปืนใช้ร่วมกับปืนกล็อค 19 ท่อลดเสียงปืน 2 อัน กระสุนปืน 38 นัด และบุหรี่ไฟฟ้า 10 อัน

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.สอท.5 ตรวจสอบการกระทำความผิดทางออนไลน์ตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด และสิ่งเทียมอาวุธปืน พบข้อมูลทางออนไลน์ ว่ามีผู้ต้องหาชอบโพสต์รูปอาวุธปืนและกระสุนปืน ในกลุ่มไลน์ซื้อขายอาวุธปืน และอุปกรณ์ตกแต่งอาวุธปืน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงสืบสวนทราบว่า ผู้ต้องหาทั้งหมด มีอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนผิดกฎหมาย หรือมีอาวุธปืนที่ไม่มีทะเบียน หรือเป็นอวุธปืนของบุคคลอื่นไว้ในครอบครอง และนำเอาอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืนทั้งหมดไปซุกซ่อนไว้ภายในบ้านทั้ง 5 หลัง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติหมายค้นจากศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อเข้าตรวจค้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำหมายค้นเข้าทำการตรวจค้นบ้านทั้ง 5 หลัง พบของกลางทั้งหมดอยู่ภายในบ้าน

สอบสวนนายภีชพงค์ เบื้องต้นให้การยอมรับว่า ของกลางทั้งหมดเป็นของตนเอง โดยอาวุธปืนลูกซองยาวเป็นปืนมีทะเบียน เจ้าของปืนเป็นญาติของภรรยา และตนซื้อต่อมาตั้งแต่ประมาณ 4-5 ปีที่แล้ว แต่ปัจจุบันอยู่ระหว่างขอใบอนุญาตแบบ ป.3 แต่ยังไม่ได้ จึงไม่สามารถโอนมาเป็นชื่อของตนได้ ส่วนอาวุธปืนพกสั้นกึ่งอัตโนมัติยี่ห้อ CZ ซื้อมาจากเพื่อนเมื่อประมาณ 2-3 ปีที่แล้ว ปืนกระบอกนี้เดิมเป็นปืนมีทะเบียน แต่ถูกนำมาขายเถื่อนต่อกันมาหลายทอดจนตนไม่ทราบว่าเจ้าของเดิมคือใคร สำหรับกระสุนปืน และลูกซองขนาด 12 ตนได้มาพร้อมอาวุธปืน ส่วนบุหรี่ไฟฟ้าตนซื้อมาจากผู้ค้าในเฟซบุ๊ก เพื่อไว้สูบเองเท่านั้น


เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งข้อหา มีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียน ช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้โดยประการใดซึ่งของอันตนพึงรู้ว่ายังมิได้เสียภาษีหรือของต้องจำกัดหรือของต้องห้ามในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร มียุทธภัณฑ์ (ท่อลดเสียงปืน) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จึงควบคุมตัวพร้อมของกลางนำตัวส่ง สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



