สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 3 พ.ย. ว่าในช่วงหนึ่งของการให้สัมภาษณ์พิเศษในรายการ “60 นาที” ทางสถานีโทรทัศน์ซีบีเอส ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวว่า รัสเซียและจีนทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ใต้ดิน แต่ไม่ยอมประกาศให้สาธารณชนรับทราบ


ด้วยเหตุนี้ ทรัมป์กล่าวว่า “สหรัฐไม่อยากเป็นประเทศเดียวที่ไม่ได้ทดสอบ” พร้อมทั้งเสริมว่า เกาหลีเหนือและปากีสถานทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ใต้ดินเช่นกัน พร้อมทั้งกล่าวเสริมว่า การทดสอบนั้นเกิดขึ้นใต้ดินในระดับที่ลึกมาก จนผู้คนทั่วไปไม่รู้แน่ชัดว่าเกิดอะไรขึ้น โดยรู้สึกได้เพียง “แรงสั่นสะเทือนเล็กน้อย” เท่านั้น


อย่างไรก็ตาม เมื่อตรวจสอบตามข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ ไม่มีประเทศใดนอกเหนือจากเกาหลีเหนือที่ทดสอบระเบิดนิวเคลียร์อย่างเป็นทางการ โดยรัสเซียและจีนไม่ได้ทำการทดสอบดังกล่าวมาตั้งแต่ปี 2536 และ 2539 ตามลำดับ


ทั้งนี้ การที่ทรัมป์ประกาศเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ว่าต้องการให้สหรัฐ “กลับมาทดสอบนิวเคลียร์” เพื่อให้ “มีความทัดเทียม” กับจีนและรัสเซีย สร้างความสับสนและความสงสัยให้กับหลายฝ่ายทั้งในและต่างประเทศ ว่าหมายถึงอะไรกันแน่ และใช่การทดสอบระเบิดนิวเคลียร์เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ปี 2535 หรือไม่


ขณะที่นายคริส ไรธ์ รมว.พลังงานสหรัฐ พยายามอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้น ว่าทรัมป์หมายถึง “การทดสอบระบบ” เพื่อประเมินองค์ประกอบทั้งหมดของอาวุธนิวเคลียร์ “ไม่ใช่การจุดระเบิดนิวเคลียร์”


อนึ่ง สหรัฐลงนามในสนธิสัญญาห้ามการทดลองนิวเคลียร์โดยสมบูรณ์ (ซีทีบีที) เมื่อปี 2539 ซึ่งห้ามการทดลองระเบิดปรมาณูทั้งหมด ไม่ว่าจะเพื่อวัตถุประสงค์ทางทหารหรือพลเรือน แต่ยังไม่ได้ให้สัตยาบัน.

เครดิตภาพ : AFP