เมื่อวันที่ 3 พ.ย. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายบัณฑิต คณะสุวรรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดตรัง พร้อมด้วยนายยุทธนา วิมลเมือง หัวหน้ากลุ่มงานป้องกันการทุจริต เปิดเผยความคืบหน้าผลคดีกล่าวหา นายวีระชัย รุณแสง หรือ “นายกหมุน” เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เขาขาว อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง เอื้อประโยชน์โครงการขุดลอกคลองส่งน้ำให้กับผู้รับจ้าง จำนวน 3 โครงการ ได้แก่ โครงการขุดลอกคลองส่งน้ำห้วยด้วน โครงการขุดลอกคลองห้วยด้วน-วังไทร โครงการขุดลอกคลองส่งน้ำริมถนนห้วยยอด 100 ปี พร้อมกำจัดวัชพืชและปรับถมดินขอบคลองตามสภาพ

“ล่าสุด ศาลฎีกามีคำสั่งไม่อนุญาตให้จำเลยฎีกา หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9 มีคำพิพากษาลงโทษจำคุกนายวีระชัย รุณแสง เป็นเวลา 3 ปี ต่อมาจำเลยอุทธรณ์คดี ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น จากนั้นจำเลยได้ยื่นฎีกา แต่ศาลฎีกามีคำสั่งไม่อนุญาตให้จำเลยฎีกา โดยให้ยกคำร้องและไม่รับฎีกาของจำเลย ทำให้คดีถึงที่สุดแล้วตามกระบวนการทางกฎหมาย” นายบัณฑิต กล่าว

สำหรับเรื่องนี้ สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดตรัง ได้รับเรื่องร้องเรียนกล่าวหาให้ตรวจสอบ กรณี นายวีระชัย รุณแสง หรือนายกหมุน เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลเขาขาว อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง จัดจ้างโครงการขุดลอกคลองส่งน้ำ จำนวน 3 โครงการ ได้แก่ โครงการขุดลอกคลองส่งน้ำห้วยด้วน โครงการขุดลอกคลองห้วยด้วน-วังไทร โครงการขุดลอกคลองส่งน้ำริมถนนห้วยยอด 100 ปี พร้อมกำจัดวัชพืชและปรับถมดินขอบคลองตามสภาพ นั้น

จากการไต่สวนข้อเท็จจริงในการจัดจ้างทั้ง 3 โครงการดังกล่าวข้อเท็จจริงปรากฏว่า นายวีระชัย รุณแสง เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลเขาขาว อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง ได้อนุมัติดำเนินโครงการโดยใช้วิธีพิเศษโดยมิชอบเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับผู้รับจ้าง

คณะกรรมการ ป.ป.ช. ในการประชุมครั้งที่ 107/2562 มีมติเป็นเอกฉันท์ว่า การกระทำของ นายวีระชัย รุณแสง มีมูลความผิดทางอาญาในฐานะเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ หรือเจ้าของทรัพย์นั้น และฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 มาตรา 157 และมีมูลความผิดฐานกระทำการฝ่าฝืนต่อความมุ่งหมายเรียบร้อยและสวัสดิการของประชาชน

สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดตรัง ได้ส่งสำนวนการไต่สวนไปยังสำนักงานอัยการสูงสุดเพื่อฟ้องต่อศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ พิจารณาดำเนินการตามข้อเท็จจริงที่ไต่สวนเรียบร้อยแล้ว

แหล่งข่าวจากสำนักงาน ป.ป.ช. ระบุว่า หลังจากที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด คดีได้เข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาล และมีคำพิพากษาให้ลงโทษจำคุกโดยไม่รอลงอาญา ซึ่งแตกต่างจากแนวโน้มคดีทุจริตในพื้นที่ก่อนหน้านี้ ที่ผ่านมา คดีลักษณะเดียวกันในจังหวัดตรังส่วนใหญ่ มักจะมีคำพิพากษาให้ รอลงอาญา หรือยังคงอยู่ในกระบวนการของศาลอุทธรณ์ และบางคดียังอยู่ในขั้นตอนฎีกา แต่คดีของนายวีระชัย กลับสิ้นสุดลงด้วยคำพิพากษาถึงที่สุด.