เมื่อวันที่ 3 พ.ย. ที่ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ นายวรโชติ สุคนธ์ขจร รมช.สาธารณสุข ตรวจเยี่ยมการดำเนินภารกิจของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) พร้อมมอบนโยบายให้กับผู้บริหารและบุคลากร โดยมี นายแพทย์ภานุวัฒน์ ปานเกตุ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และคณะผู้บริหารให้การต้อนรับ
นายวรโชติ กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายเร่งด่วน (Quick Big Win) ที่มุ่งยกระดับระบบสุขภาพไทย ขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ เพื่อความมั่นคงและคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน ซึ่งสบส.ได้ขับเคลื่อนงา 3 ด้าน คือ 1.มาตรฐานสถานพยาบาล โดยพัฒนาพ.ร.บ.มาตรฐานด้านระบบวิศวกรรมการแพทย์ ส่งเสริมสถานพยาบาลภาครัฐให้มีคุณภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงานก่อสร้างและดูแลบำบัดน้ำเสียให้ได้มาตรฐาน เพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม มีการบังคับใช้กฎหมายในการตรวจสอบสถานพยาบาลที่ให้บริการตรวจสุขภาพแรงงานต่างด้าว จัดตั้งศูนย์ไกล่เกลี่ยผู้บริโภคด้านระบบบริการสุขภาพ รวมถึงพัฒนาระบบเฝ้าระวังการโฆษณาเกินจริงของสถานพยาบาลและสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ด้วยเทคโนโลยี AI
2.การส่งเสริมเศรษฐกิจสุขภาพ ขับเคลื่อนนโยบาย Medical Hub ประกอบด้วย ศูนย์กลางบริการรักษาพยาบาล (Medical Service Hub) ศูนย์กลางบริการเพื่อส่งเสริมสุขภาพ (Wellness Hub) ศูนย์กลางยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ (Product Hub) ศูนย์กลางบริการวิชาการและงานวิจัย (Academic Hub) และศูนย์กลางการจัดประชุมและนิทรรศการด้านการแพทย์และสุขภาพ (Health Convention and Exhibition Hub) รวมถึงส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็น Hospital Quality ในธุรกิจบริการสุขภาพด้านเวชศาสตร์ความงาม เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ การผ่าตัดแปลงเพศ และ Wellness สร้างความเชื่อมั่นแก่ชาวต่างชาติ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ
และ 3.สร้างความเข้มแข็งระบบสุขภาพปฐมภูมิ โดยพัฒนาเครือข่ายบริการสุขภาพปฐมภูมิ Health Station หรือ “สถานีสุขภาพ” พัฒนาศักยภาพ อสม.โดยใช้เทคโนโลยีในการปฏิบัติงาน คัดกรอง ประเมินสุขภาพประชาชน เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงระบบบริการสุขภาพ, สร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคในระดับชุมชน ยกระดับศูนย์สาธารณสุขมูลฐาน (ศสมช.) เป็น “ศูนย์ NCDs ประจำหมู่บ้าน” ให้ครบ 76 จังหวัด เพิ่มทักษะอสม. ปฏิบัติงาน 4 ด้าน ได้แก่ การดูแลผู้ป่วยเบาหวานระยะสงบ, ดูแลผู้สูงอายุและผู้ที่มีภาวะพึ่งพิง, เป็นผู้นำปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ และ นวดเพื่อสุขภาพ รวมถึงพัฒนา อาสาสมัครสาธารณสุขต่างด้าว (อสต.) ให้สามารถดูแลสุขภาพแรงงานต่างด้าวได้ดีขึ้น โดยผลักดันให้เข้าถึงระบบบริการสุขภาพ ผ่านบัตรประกันสุขภาพแรงงานต่างด้าว เพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของประเทศ
“ตนพร้อมที่จะร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ผลักดันโครงการที่ดี โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจสุขภาพ เพื่อให้กระทรวงสาธารณสุขเป็นหนึ่งกระทรวงเศรษฐกิจที่สามารถสร้างรายได้ให้กับประเทศ รวมถึงจะสนับสนุนการพัฒนาขีดความสามารถ เพิ่มศักยภาพ และสร้างขวัญกำลังใจให้กับ อสม. อสส. และ อสต. ซึ่งเป็นกำลังหลักด้านสุขภาพ และสร้างความเข้มแข็งของระบบบริการสุขภาพปฐมภูมิ ที่จะเป็นจุดเชื่อมต่อด้านความเชื่อมั่นของระบบบริการสุขภาพในการสร้างเศรษฐกิจประเทศด้วยอีกทางหนึ่ง” นายวรโชติ กล่าว.



