เมื่อวันที่ 4 พ.ย.นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่า ที่ประชุมได้หารือถึงความร่วมกับมูลนิธิสานอนาคตการศึกษา คอนเน็กซ์อีดี ที่ได้เป็นพันธมิตรพัฒนาการศึกษาไทยกับโรงเรียนในสังกัดสพฐ.กว่า 7,000 โรงเรียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านเทคโนโลยีดิจิทัลที่จะเข้ามาช่วยเสริมการเรียนการสอนและยกระดับความสามารถผู้เรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษาให้พร้อมรับมือกับโลกยุคดิจิทัล เนื่องจากโรงเรียนคอนเน็กซ์อีดีนั้น มีการบริหารจัดการทีดีจากภาคเอกชนที่เข้ามาสนับสนุน ครูที่มีหัวใจไม่ยอมแพ้ เด็กที่พยาพยามอย่างเงียบๆ และผู้บริหารโรงเรียนที่กล้าเปลี่ยนแม้อยู่ภายใต้ทรัพยากรที่จำกัด ดังนั้นสพฐ.จึงอยากให้เรื่องราวดีๆเหล่านี้ได้ถูกนำมาใส่ไว้ในระบบฐานข้อมูล หรือ คลาวน์ เพื่อเก็บเป็นคลังข้อมูลสำหรับเผยแพร่ให้แก่ประชาชนและภาคสังคมได้ทราบถึงเรื่องราวดีๆในด้านต่างๆ ดังนั้นเมื่อเร็วๆนี้ สพฐ.จึงได้หารือกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในการจัดทำระบบคลาวน์ ซึ่งกระทรวงดีอียินดีที่จะสนับสนุนระบบเทคโนโลยี เพื่อสนับสนุนในการจัดทำเป็นคลังข้อมูลขนาดใหญ่เหล่านี้ให้ และจะขยายไปถึงโรงเรียนแห่งอื่นๆจนครบ 29,500 แห่งด้วย
เลขาธิการกพฐ.กล่าวต่อไปว่า ส่วนภาพรวมการเปิดภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568 นั้น ตนได้กำชับเขตพื้นที่และผู้บริหารโรงเรียนทุกแห่งก่อนเปิดภาคเรียนใหม่แล้วว่า จะต้องทำให้โรงเรียนปลอดภัยทุกมิติ การดำเนินกิจกรรมหรือโครงการต่างๆจะต้องทำอย่างโปร่งใส และนักเรียนได้รับประโยชน์อย่างสูงสุด ส่วนโครงการ Anywhere AnyTime เรียนได้ทุกที่ทุกเวลา ด้วยการแจกอุปกรณ์เสริมการสอนให้แก่ครูและนักเรียนไม่ว่าจะเป็นแท็บเล็ต โครมบุ๊ค หรือโน๊ตบุ๊ค ในกลุ่มโรงเรียนคุณภาพชุมชนสำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษา 4-6 จำนวน 600,000 คนนั้น ขณะนี้สำนักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอนของสพฐ.อยู่ระหว่างการจัดทำรายละเอียดอยู่ ซึ่งจะได้ข้อสรุปภายในสัปดาห์หน้า
“ในการประชุมดังกล่าวผมได้มีแนวคิดจัดทำพิพิธภัณฑ์สพฐ.ขึ้น เหมือนกับที่กระทรวงศึกษาธิการ มีพิพิธภัณฑ์การศึกษาไทยที่บอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาของการศึกษาไทย ดังนั้นในส่วนของสพฐ.เราจะมีพิพิธภัณฑ์สพฐ.ขนาดย่อมขึ้น เพื่อบอกเล่าเรื่องราวที่มาที่ไปของสพฐ.เช่นเดียวกัน รวมถึงเรื่องราวดีๆของโรงเรียนต่างๆที่มี Best practice หรือแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ มารวบรวมไว้ในพิพิธภัณฑ์ของสพฐ.ด้วย รวมถึงเรื่องราวประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมืองก็จะทำนิทรรศการจัดไว้ เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้ ขณะที่การเรียนการสอนวิชาดังกล่าวในห้องเรียน ได้กำชับให้โรงเรียนแต่ละแห่งบูรณการการเรียนวิชาประวัติศาสตร์เชิงลึกมากขึ้น และการจัดสื่อการสอนที่ทันสมัย เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้และคิดวิเคราะห์ประวัติศาสตร์ชาติไทยที่ถูกต้อง โดยในวันที่ 27 พ.ย.นี้ สพฐ.จะจัดประชุมใหญ่คณะกรรมการสถานศึกษา ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งจะเป็นการทำความเข้าใจถึงนโยบายรัฐบาลและนโยบายของศธ.ด้วย” นายพิเชฐ กล่าว



