สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 4 พ.ย. ว่าศาลรัฐบาลกลางสหรัฐ 2 แห่ง มีคำตัดสินเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ว่ารัฐบาลวอชิงตันของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ต้องใช้งบประมาณจากกองทุนฉุกเฉินมูลค่า 4,650 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 151,078 ล้านบาท) จากเงินที่ต้องจ่ายในเดือน พ.ย. ประมาณ 9,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 292,410 ล้านบาท) ก่อนการตัดสวัสดิการโครงการช่วยเหลือด้านโภชนาการ (สแนป)
เจ้าหน้าที่กระทรวงเกษตรระบุในเอกสาร ที่ยื่นต่อศาลรัฐบาลกลางในรัฐโรดไอแลนด์ ว่า พวกเขาจะไม่ชดเชยส่วนที่ขาดด้วยแหล่งเงินทุนอื่น ซึ่งหมายความว่า “จะมีการเบิกจ่ายเพียง 50%” ของเงินสวัสดิการสำหรับครัวเรือนที่มีสิทธิทั้งหมด
Millions of Americans to get reduced food aid during government shutdown: Trump administration https://t.co/vwSjL2C72I
— The Straits Times (@straits_times) November 4, 2025
ทั้งนี้ เงินอุดหนุนของโครงการสแนปเฉลี่ยประมาณ 356 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 11,577 บาท) ต่อเดือนต่อครัวเรือน หมดเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (1 พ.ย.) ทำให้ชาวอเมริกัน 1 ใน 8 คน ไม่สามารถซื้อของชำได้
ก่อนหน้านั้น ทรัมป์กล่าวว่า เขาได้สั่งการให้ทนายความของรัฐบาล “ชี้แจงวิธี” จัดหาเงินทุนให้กับโครงการอย่างถูกกฎหมายโดยเร็วที่สุด
อย่างไรก็ตาม ยังไม่ชัดเจนว่าผู้รับแสตมป์อาหารจะได้รับเงินเมื่อใด ขณะที่ทำเนียบขาวยอมรับว่า อาจมีความล่าช้าอย่างมากเนื่องจากภาวะชัตดาวน์.
เครดิตภาพ : AFP



