เมื่อวันที่ 4 พ.ย. กลายเป็นกระแสถกเถียงในโลกออนไลน์ เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊กคนหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้ปกครองนักเรียน ได้โพสต์ข้อความแสดงความไม่พอใจ หลังได้รับผลประเมินจากครูประจำชั้น โดยระบุถึงพฤติกรรมของลูกว่า

“ขาดเรียนค่อนข้างบ่อย ควรมีความรับผิดชอบให้มากกว่านี้ พูดจาสุภาพ แต่งกายถูกระเบียบเรียบร้อยดี”

ข้อความดังกล่าวสร้างความไม่พอใจให้กับผู้ปกครองรายนี้ จนถึงขั้นโพสต์ตัดพ้อ พร้อมระบุว่าแม้ลูกจะเรียนไม่เก่ง แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีอนาคตหรือขาดความรับผิดชอบ

โดยเจ้าตัวระบุว่า

“ผมเข้าใจนะครับว่าลูกผมเรียนไม่เก่ง สอบได้ที่สุดท้ายของห้อง แต่คุณเชื่อไหมว่าผมเองก็เคยสอบได้ที่โหล่ตลอดชีวิต แต่ก็ประสบความสำเร็จได้ ผมไม่โกรธถ้าจะตำหนิลูกผมว่าโง่ แต่อย่ามาตัดสินเด็กที่ต้องหยุดเรียนเพราะไม่สบายหรือมีธุระส่วนตัว แล้วบอกว่าไม่มีความรับผิดชอบ”

พร้อมย้ำว่า

“ลำดับการศึกษาไม่ได้วัดหรอกครับว่าโตไปจะสำเร็จแค่ไหน ผมก็เคยโง่ แต่วันนี้ผมหาเงินได้หลักแสน มีเวลาให้ชีวิต ไม่ต้องเป็นลูกจ้างใคร อยากไปไหนก็ไป ไม่ต้องคอยลางาน ผมไม่ได้โอ้อวดอาชีพ แต่แค่อยากให้เลิกตัดสินเด็กเพียงเพราะเรียนไม่เก่งหรือหยุดบ่อย”

ขณะเดียวกัน ผู้ปกครองรายนี้ยังระบุด้วยว่า ตนไม่เคยสร้างความเดือดร้อนให้โรงเรียน

“ค่าเทอมลูกผมจ่ายเต็ม ไม่เคยขอยกเว้นหรือแบ่งจ่าย ไม่เคยค้าง ผมเลี้ยงลูกให้รู้จักความเป็นลูกผู้ชาย ไม่ใช่ลูกคุณหนู”

ทั้งนี้ โพสต์ดังกล่าวได้รับความสนใจจากผู้ใช้โซเชียลจำนวนมาก หลายคนเห็นต่าง บางส่วนมองว่าครูเพียงสะท้อนข้อเท็จจริงเพื่อพัฒนานักเรียน ขณะที่อีกฝ่ายเห็นว่าครูควรใช้ถ้อยคำระมัดระวังมากกว่านี้ เพื่อไม่ให้เด็กหรือผู้ปกครองรู้สึกถูกตัดสิน

ประเด็นนี้สะท้อนอีกมุมหนึ่งของสังคมไทย ว่าการ “ประเมินเด็ก” ไม่ควรมองเพียงผลการเรียนหรือจำนวนวันที่มาโรงเรียน แต่ควรมองถึงเหตุปัจจัยและพยายามหาทางช่วยให้เด็กได้เรียนรู้อย่างเหมาะสมและมีความสุข

ขอบคุณเพจท่านเปา