เมื่อวันที่ 4 พ.ย. 2568 พล.ต.ไมตรี ชูปรีชา ผู้บัญชาการกองกำลังนเรศวร พร้อมด้วย พล.ต.ต.ณัฐวุฒิ ภาคภูมิ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 พล.ต.ต.ไพศาล นันตา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตาก พ.ต.อ.รัง ดาวดึงษ์ ผกก.สภ.แม่สอด พ.อ.ชนกานต์ แสงศร ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจราชมนู พ.ต.ท.ยศสรัล หิรัญวัฒนาชัย สารวัตรสถานีตำรวจท่องเที่ยว 3 กองกำกับการ 3 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว นายสุธีระ พึ่งธรรม ผู้อำนวยการสำนัก กำกับดูแลกิจการโทรคมนาคม นายภาณุพงษ์ ชัยศรีทิพย์ ผู้อำนวยการสำนักงาน กสทช. เขต 36 พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่

ผกก.สภ.พบพระ, ผกก.สภ.แม่ระมาด, ผบ.ฉก.กรมทหารพรานที่ 35, ผกก.กก.2 บก.สอท.4, ผบ.ร้อย ตชด.346 และหัวหน้าหน่วยป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ร่วมหารือ และลงพื้นที่แนวชายแดนจังหวัดตาก เพื่อร่วมกันตรวจสอบประเมินจุดเสี่ยงของเสาสัญญาณอินเทอร์เน็ตตามแนวชายแดนจังหวัดตาก ตาม คำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 341/2568 ซึ่งกำหนดให้เป็น “วาระแห่งชาติ” เพื่อความมั่นคงของชาติและปราบปรามการหลอกลวงทางออนไลน์ หรือ สแกมเมอร์ (Scammer) โดยมีการนำเสนอข้อมูลพื้นที่จุดติดตั้งเสาสัญญาณ การลักลอบกระจายสัญญาณอินเทอร์เน็ตด้วยสายไฟเบอร์ การเชื่อมโยงเครือข่าย และปัญหาอุปสรรคในการให้บริการอินเทอร์เน็ตในเขตชายแดน เพื่อหาแนวทางพัฒนาให้ประชาชนในพื้นที่ชายแดนสามารถเข้าถึงบริการสื่อสารได้อย่างทั่วถึง ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ วันเดียวกัน ทางเจ้าหน้าที่นำโดย เจ้าหน้าที่ กสทช. ได้ลงพื้นที่ตรวจเสาและสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ใน อ.แม่สอด จ.ตาก บริเวณด่านบ้านวังตะเคียน ฝั่งตรงข้ามเป็นเมียวดีคอมเพล็กซ์ และ อ.ท่าวังผา ตรงข้ามชเวก๊กโก โดยใช้อากาศยานไร้คนขับ หรือโดรน บินตรวจวัดความแรงสัญญาณ เพื่อตรวจสอบการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ เพื่อให้การดำเนินการคุณภาพการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่บริเวณชายแดนที่มีความเสี่ยง สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการแก้ไขปัญหาการ Roaming ไปใช้สัญญาณของผู้ให้บริการในประเทศเพื่อนบ้าน และแก้ปัญหาสัญญาณล้ำข้ามเขตแดนของประเทศไทย ไปใช้ในการกระทำผิดก่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยี ตามข้อสั่งการคณะกรรมการอำนวยการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ในการกวาดล้างปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และสแกมเมอร์

ทั้งนี้ก่อนหน้านี้ กสทช. ได้มีมติกำหนดมาตรการระงับบริการโทรคมนาคมบริเวณชายแดนที่มีความเสี่ยง รวมถึงได้ออกประกาศ สำนักงาน กสทช. เรื่อง มาตรการเพื่อป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสำหรับผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม ซึ่งมีผลบังคับไปเมื่อวันที่ 30 ส.ค. 2568 โดยได้กำหนด 8 มาตรการ เพื่อเป็นการคุ้มครองประชาชนและป้องกันยับยั้งความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยสำนักงาน กสทช. จะมีการลงพื้นที่ในบริเวณพื้นที่ชายแดนเข้มข้น หากตรวจพบผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม ไม่ดำเนินการตามมาตรการและกฎหมายที่เกี่ยวข้องของ กสทช. จะดำเนินตามกระบวนการกฎหมายต่อไป