บรรยากาศหุ้นไทยวันที่ 4 พ.ย. 68 เคลื่อนไหวในแดนลบ นักลงทุนขายลดความเสี่ยงหุ้นในกลุ่มปิโตรเคมี หลังโบรกฯคาดการณ์กำไรไตรมาส 3 ปีนี้ขาดทุนสุทธิจึงกลายเป็นจิตวิทยาเชิงลบ ดัชนีปรับตัวลง และกดดันจากความไม่แน่นอนของทิศทางนโยบายการเงินของเฟด ส่งผลให้ ณ เวลา 17.02 น. ดัชนีหุ้นปิดที่ 1,298.60 จุด ลดลง 10.26 จุด หรือ 0.78% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 40,719.65 ล้านบาท ส่วนตลาดเอ็มเอไอปิดที่ 225.78 จุด ลดลง 0.15 จุด หรือ 0.07% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 626.07 ล้านบาท

นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ทรีนีตี้ กล่าวถึงทิศทางการลงทุนในตลาดหุ้นเดือนพ.ย.ว่า คาดว่าดัชนีจะอยู่ในโหมดทรงตัวให้กรอบดัชนีที่ระดับ 1,260-1,350 จุด โดยมีกรอบแนวรับแรกที่ระดับ 1,290 จุด และกรอบแนวต้านแรกที่ระดับ 1,330 จุด ซึ่งช่วงแรกอาจมีปัจจัยบวกอยู่บ้างตามทิศทางของตลาดหุ้นโลก ที่น่าจะยังคงมีความรู้สึกเชิงบวก เกี่ยวกับดีลการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐอเมริกา

ข้อมูลการซื้อขาย ณ วันที่ 4 พ.ย. 68
-นักลงทุนในประเทศ ซื้อสุทธิ +2,455.25 ล้านบาท
-นักลงทุนสถาบัน ขายสุทธิ -532.10 ล้านบาท
-นักลงทุนต่างประเทศ ขายสุทธิ -867.73 ล้านบาท
-บัญชีบริษัทหลักทรัพย์ ขายสุทธิ -1,055.41 ล้านบาท

สำหรับ 5 อันดับแรกที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด

1.ADVANC มูลค่าซื้อขาย 3,440.786 ล้านบาท ราคาปิด 303.00 บาท เพิ่มขึ้น +1.00 บาท
2.KBANK มูลค่าซื้อขาย 2,594.036 ล้านบาท ราคาปิด 185.00 บาท ลดลง -2.50 บาท
3.KTB มูลค่าซื้อขาย 1,961.782 ล้านบาท ราคาปิด 27.75 บาท เพิ่มขึ้น +0.50 บาท
4.PTT มูลค่าซื้อขาย 1,583.267 ล้านบาท ราคาปิด 30.50 บาท ลดลง -0.25 บาท
5.BDMS มูลค่าซื้อขาย 1,499.687 ล้านบาท ราคาปิด 18.70 บาท ลดลง -0.20 บาท