เมื่อวันที่ 5 พ.ย. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง กลุ่มสว.สำรอง นำโดย พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว และนายธนวัฒน์ ศรีสุข เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึง คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้งคณะที่ 36 เพื่อขอให้เร่งรัดและดำเนินการด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรมในการพิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้งในคดีทุจริตการเลือก สว. 2567
พล.ต.ท.คำรบ กล่าวว่า ที่ผ่านมา กกต.ไม่เคยมาชี้แจง พูดคุยกับสว.สำรองเลย แต่เมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา พูดไปแล้วก็น้อยใจ เพราะผู้ถูกกล่าวหาในคดีฮั้วสว.ซึ่งมีตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีในปัจจุบัน มาที่กกต. มีทั้งประธาน ทั้งเลขาฯ กกต.ต้อนรับขับสู้กันเอิกเกริกใหญ่โต แต่กลุ่มสว.สำรองมาขอพบหลายครั้งก็ไม่ให้พบ อ้างว่าจะเสียความเป็นธรรม วันนี้จึงต้องมาทวงถามว่า เมื่อไหร่กกต.จะรีบเร่งพิจารณาเรื่องนี้เสียที ซึ่งอนุฯ ชุดที่ 36 ที่แต่งตั้งจากคนของกกต.เอง เพิ่งมาประชุมเมื่อวันที่ 4 พ.ย.ที่ผ่านมา ก็ไม่รู้ว่าเวลาเดือนเศษๆ ท่านมัวไปทำอะไรอยู่ จึงอยากให้เร่งรัดภายใน 10-15 วัน ไม่ต้องทอดเวลาจนครบ 90 วัน เพราะมีข้อกล่าวหาท่านว่า จะดึงเรื่อง ทอดเวลารอให้สว.ในสภา เลือกกกต.อีก 2 คนในเดือน ธ.ค. ก่อน ตนก็ภาวนาอย่าให้คำกล่าวหานั้นเป็นจริง จริงๆ กรรมการแต่ละคนก็เป็นสายตรงของกกต. กกต.จะอ้างว่าตั้งมาแล้วจะไม่รู้ไม่เห็นไม่ได้ คุยกันหน่อย ช่วยกันแก้ไขปัญหาบ้านเมือง เราจะจับตาดูว่าท่านจะอ้างเหตุอะไรอีกที่จะประวิงเวลาต่อไป
“เรื่องนี้เกิดขึ้นก่อนการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล ซึ่งในเวลานั้นการดำเนินการค่อนข้างเป็นไปด้วยดี แต่หลังเปลี่ยนรัฐบาลหลายเรื่องก็ส่งสัญญาณว่าจะล่าช้าออกไป วันนี้กลุ่มสว.สำรองจึงมาส่งหนังสือถึงอนุฯ และกกต.ทุกคน เพราะท่านอาจจะยังไม่ได้รับข้อมูลจากสำนักงานกกต. จึงมาติดตามทวงถาม และฝากประชาชนจับตาเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดต่อไป” พล.ต.ท.คำรบ กล่าว
นายธนวัฒน์ กล่าวว่า ตั้งแต่ที่มีการตั้งอนุวินิจฉัยฯ ชุดที่ 36 เพิ่งประชุมวันที่ 4 พ.ย.ที่ผ่านมา หลังประชุมก็ไม่มีการแถลงว่าการประชุมเป็นอย่างไร ทั้งๆ ที่เป็นเรื่องที่สังคมจับตาอยู่ ตนเชื่อว่าหลังได้รับการแต่งตั้งเกือบ 2 เดือนนั้น ท่านได้รับเงินเดือนอยู่แล้ว ทั้งนี้กลุ่มสว.สำรองเห็นว่า พยานหลักฐานต่างๆ ที่อยู่สำนวน ที่อนุกรรมการชุดที่ 26 ส่งมานั้น มีความชัดเจนอยู่แล่ว แต่อนุฯ ชุดที่ 36 กลับไม่เอามาทำให้จบโดยเร็ว
นายธนวัฒน์ กล่าวต่อว่า ขณะที่กรมสอบสวนคดีพิเศษนั้น ตั้งแต่เปลี่ยนรัฐบาล เปลี่ยนกระทรวงยุติธรรมทุกอย่างในคดีนี้กลับล้อฟรีไปหมด ทุกอย่างเย็นไปหมด ทุกอย่างเหมือนไม่มีการขยับ ซึ่งก่อนหน้านี้กลุ่มสว.สำรองเคยยื่นหนังสือไปยังกระทรวงยุติธรรมเพื่อขอพบรมว.ยุติธรรมเพื่อสอบถามความคืบหน้า แต่จนถึงตอนนี้ยังไม่ได้รับการนัดหมายว่าจะให้เข้าพบเมื่อไหร่ จึงอยากฝากไปยังรมว.ยุติธรรมว่า สว.สำรองต้องการเข้าพบ เพื่อปรึกษาหารือเกี่ยวกับคดีฮั้วสว.นั้นท่านจะเอาอย่างไร ไม่ใช่นิ่งเงียบ ไม่ใช่มาเตะถ่วง ประเทศชาติเสียหาย ใครจะรับผิดชอบ บอกตรงๆ เราเหนื่อยแล้ว ทำงานกันมาปีกว่าๆ เหนื่อย แต่ไม่ท้อ จะสู้ต่อ จนกว่า กกต.จะส่งศาล ถ้ากกต.ส่งสำนวนไปที่ศาลเมื่อไหร่ เราก็หยุดเมื่อนั้น แล้วอย่าคิดว่าอนุวินิจฉัยจะยกหรือไม่ยก ซึ่งถ้าคุณยก เราก็ฟ้อง
“ที่คดีนี้ล่าช้า ได้ยินมาไม่ใช่ว่ารอศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเรื่องสถานะ อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรมว.ยุติธรรม แต่เป็นเพราะจะรอให้สว.ของเขาไปเลือก กกต.ใหม่อีก 2 คน เพื่อให้ครบ 4 คน เรารู้และเชื่อว่าประชาชนเข้าใจว่าคุณกำลังทำอะไร คุณพยายามจะเอาคนของคุณมาตัดสินเรื่องของคุณ ผมว่ามันเป็นเรื่องของประโยชน์ทับซ้อน ซึ่งไม่เหมาะสม ไม่สง่างาม อย่าทำอย่างนี้เลย ประชาชนเขามองเห็น เขามองอยู่ และคิดว่าอีกไม่นานจะมีการเลือกตั้ง ประชาชนเขาทราบว่าใครเป็นอย่างไร” นายธนวัฒน์ กล่าว



