เมื่อไม่นานมานี้ สถานเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทยต้อนรับลอร์ด นิค เฮอร์เบิร์ต ประธาน Global TB Caucus และสมาชิกสภาสูงสหราชอาณาจักร
ระหว่างการเยือนครั้งนี้ ลอร์ด เฮอร์เบิร์ตพบกับผู้แทนจากรัฐบาลไทย และผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุข เพื่อหารือถึงโอกาสในการร่วมมือกันผ่านเครือข่าย Asia-Pacific TB Caucus เพื่อให้ผู้กำหนดนโยบายได้แลกเปลี่ยนความรู้ ผลักดันความรับผิดชอบด้านสุขภาพ และกระตุ้นการลงทุนด้านสุขภาพ

การเยือนครั้งนี้เป็นโอกาสในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เกี่ยวกับความมุ่งมั่นร่วมกันระหว่างสหราชอาณาจักรกับไทยในการระดมทุนเพิ่มเติมให้กับกองทุนโลก ( Global Fund ) และความพยายามในการแก้ไขปัญหาวัณโรค ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่นำไปสู่การเสียชีวิตของผู้ติดเชื้อเอชไอวี และเป็นสาเหตุหลักของการดื้อยาต้านจุลชีพ
การหารือครั้งนี้จึงเน้นย้ำถึงบทบาทของผู้นำทางการเมืองและหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ในการบรรลุเป้าหมายการยุติวัณโรคภายในปี 2573
ไทยมีความก้าวหน้าอย่างมากจากการสนับสนุนภายในประเทศ ระบบสุขภาพที่เข้มแข็ง รวมถึงการมีส่วนร่วมกับโครงการกองทุนโลก ทั้งในฐานะผู้บริจาคและผู้รับการสนับสนุน ตั้งแต่ปี 2546 กองทุนโลกสนับสนุนเงินจำนวน 624 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 20,311.82 ล้านบาท ) เพื่อช่วยเหลือไทยในการต่อสู้กับเอชไอวี เอดส์ วัณโรค และมาลาเรีย โดยมีผู้ป่วยวัณโรคประมาณ 71% ได้รับการวินิจฉัยและรักษา และ 92% ของผู้ป่วยวัณโรคที่ติดเชื้อเอชไอวีร่วมได้รับการบำบัดด้วยยาต้านไวรัส
ลอร์ดเฮอร์เบิร์ต กล่าวว่า “ทยมีความก้าวหน้าอย่างมากในการแก้ไขปัญหาวัณโรค แต่วัณโรคยังไม่ถูกขจัดไปจากประเทศ ดังนั้นภาวะผู้นำทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง การลงทุนภายในประเทศ และเทคโนโลยีใหม่ จะช่วยให้เรามีโอกาสในการยุติวัณโรคอย่างถาวร และจะช่วยชีวิตคนไทยได้นับพันคนต่อปี”
นางแอนนา เพียร์สัน อุปทูตรักษาการแทนเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย กล่าวว่า “เราร่วมกันขับเคลื่อนความก้าวหน้าด้านวิทยาศาสตร์ นวัตกรรม และความมั่นคงด้านสุขภาพ เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลังด้วยความร่วมมือผ่านกองทุนโลก การสนับสนุนกองทุนโลกไม่เพียงแต่ส่งเสริมความมั่นคงด้านสุขภาพให้กับชุมชนทั่วโลก แต่ยังสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจและเสถียรภาพอีกด้วย”
นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า “ความร่วมมือกับสหราชอาณาจักรคือความมุ่งมั่นให้ประเทศไทยปราศจากวัณโรค เราจะช่วยชีวิตผู้ป่วยด้วยการให้บริการที่ดียิ่งขึ้น ตรวจพบเคสได้รวดเร็วยิ่งขึ้นด้วยการใช้เอไอวินิจฉัยโรค และการคิดค้นทางออกใหม่ ๆ ผ่านโครงการวิจัยด้านจีโนมิกส์ระดับชาติ เรากำลังใช้ข้อมูลเป็นกลยุทธ์ในการยุติวัณโรค”
นพ.โอชิษฐ์ เกียรติก้องชูชัย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการสาธารณสุขของสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า “ประสงค์ให้กองทุนโลกสนับสนุนงบประมาณและเทคโนโลยีให้กับกลุ่มประชากรในต่างจังหวัด ผู้มีรายได้น้อยเข้าถึงการป้องกันโรค การรักษาโรค รวมถึงการติดตามอย่างต่อเนื่องในผู้ป่วยวัณโรคในประเทศไทย”
นายพร้อมบุญ พานิชภักดิ์ กรรมการบริหาร มูลนิธิรักษ์ไทย กล่าวว่า “เราเชื่อว่าการยุติวัณโรคในประเทศไทยนั้นจะต้องไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ไม่ว่าคนนั้นจะถือสัญชาติใดหรือมีสถานะใดในไทยก็ตาม แรงงานข้ามชาติ และครอบครัวของแรงงานข้ามชาติเป็นส่วนสำคัญของชุมชนและเศรษฐกิจของเรา เมื่อเขาสามารถเข้าถึงการวินิจฉัยโรค การรักษาโรคโดยปราศจากความกลัว สังคมของเราจะมีสุขภาพดียิ่งขึ้น และเข้มแข็งยิ่งขึ้น.”
ขอขอบคุณ : สถานเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย



