ธีรศิลป์ แดงดา 37 ปี….

ธีราทร บุญมาทัน, พรรษา เหมวิบูลย์ 35 ปี, สารัช อยู่เย็น, พีรดนย์ ฉ่ำรัศมี, กัมพล ปฐมอรรฆย์กุล, ณัฐพงษ์ สายริยา 33 ปี

ชนาธิป สรงกระสินธ์ 32 ปี

หากจะหากัปตันทีม ด้วยอายุนักเตะทีมชาติไทย ยุค แอนโธนี ฮัดสัน ยังมีนักเตะที่อายุมากกว่า ชนาธิป อีกหลายคน

แต่อายุมากกว่า ไม่ได้แปลว่า พรรษา (ไม่ใช่ เหมวิบูลย์ นะ) ในทีมชาติ จะมากกว่า

ที่ผ่านมา ในยุค อิชิอิ เมื่อไม่เรียก ธีรศิลป์, ธีราทร, สารัช ปลอกแขนกัปตันทีมจะตกเป็นของ ชนาธิป เป็นอันดับ 1

ถ้า “เจ” ไม่อยู่ ก็ “นิว-พีรดนย์”

ไม่มีใครคลางแคลงใจความเหมาะสมของ ชนาธิป นี่คือจุดศูนย์รวมของทีมชาติไทย เป็นกึ่งกลางรุ่นเก๋า รุ่นใหม่

และถ้าไม่เจ็บ ก็เป็นตัวหลักในสนาม

แต่ทีนี้เมื่อ มุ้ย, อุ้ม, ตังค์ เข้ามา ก็ต้องมาดูกันว่า กัปตันทีมช้างศึก จะไปตกอยู่ที่ใคร

ดูแล้ว ถ้าไม่ใช่ ชนาธิป โอกาสน่าจะไปอยู่ที่ ธีราทร

ไม่ใช่การปลด เพราะในกลุ่มซีเนียร์ ล้วนมีบุคลิกผู้นำ ใครๆ ก็เหมาะสมทั้งนั้น ใครรับไปสวมก็ได้

เพราะในทางปฏิบัติแล้ว รุ่นพี่ 4-5 คน ก็ช่วยๆ กัน ประคองรุ่นน้อง เป็นเสาหลักให้พิงอยู่แล้ว

ไม่มีปัญหาอะไร ไม่ใช่เรื่องใหญ่ ถ้า ชนาธิป ส่งมอบปลอกแขนกัปตันให้คนอื่น

เผลอๆ จะดีซะอีก

หลายเกมที่ผ่านมา “เจ” กลายเป็น “เดอะแบก” ด้วยความอาวุโส และความสำคัญของเขา

อย่างที่บอกข้างต้น เหมาะสมด้วยประการทั้งปวง

นอกจากฝีเท้า ผลงานในสนาม การที่มักมากู้สถานการณ์ในจังหวะสำคัญ

บุคลิกในด้านจริงจัง มุ่งมั่นแบบมืออาชีพ ทุ่มเทให้เป็นเป็นแบบอย่าง คำพูดปลุกใจ

ดุดันเสร็จแล้ว ก็มาเปลี่ยนโหมด

ไหนจะต้องเอ็นเตอร์เทนน้องๆ เอ็นเตอร์เทน เพื่อนๆ พี่ๆ ให้ไม่เครียด

เมื่อมีปลอกแขนเป็นสัญลักษณ์ผู้นำ ทุกอย่างพุ่งเป้า ดูจะเป็นน้ำหนักที่อัดบนหลัง ชนาธิป สรงกระสินธ์ มากเกินไป

แต่เมื่อมี ธีรศิลป์, ธีราทร, สารัช หรือ พรรษา เข้ามา น้ำหนักจะถูกปลดเปลื้องจากบ่าของ เจ กระจายไปที่คนอื่น

ชนาธิป จะไม่ต้องเป็น “ศูนย์รวม” หลายคนช่วยๆ กันประคับประคอง

ไม่ว่า “ปลอกแขน” จะไปอยู่กับใครก็ตาม

น้ำหนักที่ถูกปลดออกไป คงทำให้ ชนาธิป ตัวเบาลงไม่น้อยทีเดียว.