เมื่อวันที่ 7 พ.ย. ที่โรงแรมเจซี เควิน สาทร กทม. พรรคไทยสร้างไทย จัดสัมมนา “ไทยสร้างไทยสร้างอนาคตประเทศไทย” ในหัวข้อ “ได้เวลาทุบทุนเถื่อน” เปิดประเด็น “ทุนสีดำ” ที่เป็นอุปสรรคต่อโอกาสของคนไทย เพื่อสร้างการเมืองให้สุจริต ระบบเศรษฐกิจที่ โปร่งใส เป็นธรรม และยั่งยืน
ทั้งนี้ มีผู้ทรงคุณวุฒิจากหลายภาคส่วน มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและแนวทางแก้ไข ได้แก่ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย, นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ อดีต รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (อดีตเลขาฯ สมช.) และ น.ส.ฐปณีย์ เอียดศรีไชย เป็นผู้ดำเนินรายการ
โดย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย กล่าวเปิดงานว่า ซึ่งเรื่องของสแกมเมอร์ การฟอกเงินเป็นส่วนหนึ่งของการทุจริต และเป็นโครงสร้างใหญ่ของการทุจริต ซึ่งเป็นเพียงแค่จุดจุดเดียวเท่านั้น ที่เราสนใจเรื่องนี้เพราะพรรคไทยสร้างไทยมีการตั้งความมุ่งมั่นในเจตจำนงที่แน่วแน่ที่จะสร้างการเมืองสุจริต
คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวต่อว่า เราจะเห็นว่าช่วงที่ผ่านมาการโกงคือมะเร็งร้ายที่ทำลายประเทศไทย จนทำให้ประเทศไทยกลายเป็นคนป่วยหนักจนถึงขั้นโคม่า เรามีดัชนีคอร์รัปชั่นอินเด็กซ์ ที่แสดงให้เห็นถึงอาการป่วยหนักของประเทศไทย โดยมีคะแนนที่ตกต่ำลงทุกปี ปัจจุบันเราได้เพียงแค่ 34 เปอร์เซ็นต์ และยิ่งตัวเลขคอร์รัปชั่นแย่ลงมากเท่าไหร่ ความยากจนของคนไทยจะมากขึ้นเท่านั้น และตัวเลข คอร์รัปชั่นแย่ลงมากแค่ไหน ก็จะแสดงให้เห็นถึงโอกาสที่จะพัฒนาประเทศที่จะยิ่งตกต่ำลง เราจะไม่สามารถเห็นประเทศไทยก้าวผ่านประเทศเพื่อนบ้านเราได้ โดยเราอาจเป็นประเทศที่รั้งท้ายอาเซียนเพราะเรื่องคอร์รัปชั่น
คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวต่อว่า เราเป็นประเทศที่กำลังพัฒนามาหลาย 10 ปี เพราะเราไม่สามารถปราบคอร์รัปชั่น ตนขอแชร์ตัวเลขธุรกิจเถื่อนในประเทศไทย ที่ปัจจุบันมีมูลค่าสูงถึง 8.7 ล้านล้านบาท หรือเกือบ 49 เปอร์เซ็นต์ของค่าจีดีพีประเทศไทย และตัวเลขการส่งออกทองคำไปประเทศกัมพูชา มีจำนวนเดือนละ 10,000 กว่าล้านบาท หรือปีละ 100,000 กว่าล้านบาท ซึ่งหมายถึงว่าเราเป็นประเทศของศูนย์กลางการฟอกเงิน
คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวต่อว่า รวมถึงจำนวนเงินที่หมุนเวียนภายในประเทศที่หาแหล่งที่มาไม่ได้ จนทางราชการไม่รู้ว่าจะใส่ไปในหมวดไหน จึงใส่ไว้ในหมวดความคลาดเคลื่อนสุทธิ โดยในปี 2566 มีจำนวนตัวเลข 180,000 ล้าน แต่ในปี 2567 มีจำนวนตัวเลขเพิ่มขึ้นเป็น 530,000 ล้าน อย่างไรก็ตามเรามีสัญญาประชาคมที่ชัดเจนว่าเราไม่โกง และเราจะไม่ปล่อยให้ใครโกงชาติบ้านเมือง คนเลวต้องไม่มีที่ยืนบนสังคมไทย ที่ยืนที่เดียวของคนเลวคนโกงชาติคือคุก
ด้านนายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ อดีต รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า สแกมเมอร์มันเป็นคำจำกัดความการหลอกเอาเงินประชาชน มีทุกประเทศมีทุกยุคทุกสมัย ซึ่งเมื่อก่อนนี้ก็อาจจะมีการหลอกให้ลงทุนในบริษัทที่ไม่มีตัวตน ประชาชนก็ถูกหลอก โดยเป็นปัญหาในประเทศไทยที่มีมานาน แต่ว่าปัจจุบันเทคโนโลยีก้าวหน้าขึ้นซึ่งสแกมเมอร์ที่เห็นเป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็งแต่อีกจำนวนมหาศาลนั้นเป็นทุนเถื่อนทั้งหมด
นายสุรนันทน์ กล่าวอีกว่า ปัจจุบันมันไม่ใช่มีปัญหาแค่เรื่องสแกมเมอร์ระหว่างประเทศ แค่ประเทศกัมพูชาและเมียนมา เพราะวันนี้ทั้งโลกก็เดินหน้าจัดการโดยมีกัมพูชาเป็นเป้า ซึ่งวันนี้ประเทศสหรัฐอเมริกา อังกฤษ ไต้หวัน สิงคโปร์ และมาเลเซีย ได้ล้อมรอบกัมพูชาไว้หมดแล้ว เหลือเพียงประเทศไทยที่ต้องกลับมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น โครงสร้างของประเทศไทยเป็นโครงสร้างที่ผสมระหว่างเทาและดำ พอมีเรื่องแบบนี้ก็จะมีสิ่งที่เราเป็นห่วง เพราะ สส.บางคนที่อาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด เรากังวลกลัวกลายเป็นองค์กรอาชญากรรมและเป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามประเทศ ซึ่งข้าราชการหรือคนมีสีในเมืองไทยพยายามจะบอกว่าประเทศไทยเป็นทางผ่าน แต่ปัญหาคือจะไม่ใช่เพียงแค่ทางผ่านอย่างเดียวแต่ปัญหาคือตัวละครหลักอยู่ในประเทศไทย และมีการประสานสอดคล้องกับตัวละครหลักอีกหลายประเทศซึ่งถือเป็นภัยคุกคามต่อประเทศ
นายสุรนันทน์ กล่าวอีกว่า ซึ่งตนมองว่าสแกมเมอร์เป็นเพียงส่วนเดียว แต่ที่เหลือคือองค์กรอาชญากรรมซึ่งเป็นสิ่งที่เป็นห่วง ตั้งแต่รัฐบาลก่อนกับร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร หรือ เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ที่มองว่ามีความเป็นห่วงว่า จะเป็นกระบวนการของการฟอกเงินถูกต้องตามกฎหมาย การเปิดพนันถูกกฎหมายอาจจะทำให้เสียมากกว่าได้ หน่วยงานเพราะสมัยนี้ไม่เหมือนกับสมัยก่อน เพราะระบบพนันออนไลน์คอมพิวเตอร์จะถูกออกแบบมาให้ไม่มีทางชนะ ซึ่งเรื่องนี้เป็นนโยบายที่จะทำอย่างไรให้เกิดมาตรการที่เป็นรูปธรรม เพื่อสกัดทุนสีดำไม่ให้ครอบงำการเมืองและอำนาจทางการเมือง
ขณะที่ พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (อดีตเลขาฯ สมช.) กล่าวว่า ทุกปัญหาแก้ได้ด้วยการเมืองสุจริต แต่การเมืองสุจริตต้องมีปัจจัยพื้นฐานก่อนคือประชาธิปไตยที่มีวุฒิภาวะ สิ่งที่สำคัญที่สุดปัญหาสแกมเมอร์มันเป็นตัวระหว่างทางอย่างหนึ่ง เพราะปลายทางของสแกมเมอร์คือเงินมหาศาลที่จะมีการฟอกเงิน รวมถึงประเทศไทยถูกมองว่าเป็นด่านสุดท้ายที่จะเกิดการฟอกเงิน เพราะมาอยู่ในภูมิภาคในแต่ละประเทศ เช่น เมียนมา ลาว กัมพูชา และภัยคุกคามที่มาจากสแกมเมอร์ที่มีเพียงแค่ไทยกัมพูชา ปัจจุบันมันไม่ใช่เพราะมันกลายเป็นภัยคุกคามระดับโลก
พล.ท.ภราดร กล่าวต่อว่า ปัจจุบันไม่มีกลไกใดเลยที่ประชาชนไว้วางใจ ตนมองว่านโยบายรัฐบาลมีความชัดเจนมาก นโยบายรัฐบาลมียุทธศาสตร์อยู่แล้ว ยกตัวอย่างเช่น ยุทธศาสตร์การจัดระเบียบความมั่นคงชายแดน และยุทธศาสตร์ป้องกันอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งหากนำยุทธศาสตร์นี้มาใช้ก็จะมีแผนปฏิบัติการ แต่เนื่องจากปัญหามันเป็นลักษณะที่ต้องบูรณาการ จึงต้องให้หน่วยงานที่เป็นเจ้าภาพหลักจัดการปัญหา คือ สมช. และ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ทั้งนี้ ประธานสมช. ผอ.กอ.รมน. และประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ประธานก.ตร.) คือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ถึงแม้จะมีการบอกว่าจัดการปัญหาได้ทันที โดยตนมองว่าก็เป็นการสั่งการของนายกฯ ที่สั่งตัวเอง ซึ่งเป็นการทำงานที่วนอยู่เช่นนี้



