เมื่อเวลา 15.40 น. วันที่ 7 พ.ย. นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวถึงกรณีการเชื่อมโยงเครือข่ายสแกมเมอร์กับนักการเมือง 7 ราย ว่า ขณะนี้กระทรวงยังไม่มีข้อมูลหรือหลักฐานใดที่ยืนยันความเชื่อมโยงดังกล่าว แต่หากมีผู้ถือข้อมูลชัดเจนก็พร้อมรับไว้พิจารณาโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นจาก “พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล” หรือ “นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์” รวมถึงบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยสามารถส่งข้อมูลมายังกระทรวงดีอีเอส หรือสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้โดยตรง เนื่องจากมีการประชุมร่วมกันทุกวันศุกร์เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลการปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์อยู่แล้ว
นายไชยชนก กล่าวอีกว่า กระทรวงให้ความสำคัญกับกรณีข้อมูลส่วนบุคคลกว่า 9 ล้านรายชื่อ ที่รั่วไหลและถูกนำไปเสนอขายในกลุ่มเฟซบุ๊ก โดยขณะนี้กำลังเร่งดำเนินมาตรการป้องกันเชิงระบบ โดยอยู่ระหว่างการปรับปรุงกฎหมายให้ทุกแพลตฟอร์มออนไลน์ต้องมีระบบ ยืนยันตัวตนผู้ใช้งาน (Identity Verification) ไม่เฉพาะเฟซบุ๊กเท่านั้น เพื่อให้แพลตฟอร์มร่วมรับผิดชอบหากเกิดความเสียหาย ซึ่งเชื่อว่ากฎหมายนี้จะช่วยลดปัญหาสแกมเมอร์และอาชญากรรมทางไซเบอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับกระแสตั้งข้อสังเกตว่าการจับกุมผู้ต้องหาขบวนการ “Cut Down Scam” ยังไม่ถึงตัวการใหญ่ นายไชยชนกระบุว่า ยินดีรับข้อมูลทุกด้าน และพร้อมเปิดทางให้ทุกฝ่ายร่วมสนับสนุนการขยายผล ไม่ว่าจะเป็นนักการเมือง นักเคลื่อนไหว หรือภาคประชาชน หากมีหลักฐานเชื่อมโยงเส้นทางการเงินหรือรายชื่อผู้เกี่ยวข้องก็สามารถนำส่งเพื่อดำเนินการตามกฎหมายได้ทันที
ส่วนกรณีที่นายอัจฉริยะประกาศจะเข้าพบเพื่อนำข้อมูลมาให้ในสัปดาห์หน้า นายไชยชนกกล่าวว่า ยินดีให้เข้าพบทุกเวลา เพราะกระทรวงมีเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เชี่ยวชาญในการตรวจสอบข้อมูลอาชญากรรมไซเบอร์ และจะใช้เวลาไม่นานในการตรวจสอบ หากพบว่ามีข้อมูลหรือเส้นทางการเงินเชื่อมโยงชัดเจน
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวการยุบสภาก่อนครบวาระ เพื่อหลีกเลี่ยงการอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายไชยชนกตอบว่า ตนไม่ทราบรายละเอียด และไม่ได้มีการพูดคุยภายในพรรคภูมิใจไทยในเรื่องนี้ โดยยืนยันว่า “ตนไม่มีอะไรต้องหนีแน่นอน” พร้อมย้ำว่าหากจะมีการยุบสภา พรรคภูมิใจไทยจะทำก็ต่อเมื่อภารกิจและเงื่อนไขสำคัญเสร็จสิ้นเท่านั้น ไม่ใช่เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบทางการเมือง.



