กรณีที่กลายเป็นอุทาหรณ์ของผู้ป่วยหญิงชาวจีนรายหนึ่งทำให้ชาวโซเชียลมีเดียของจีนถึงกับตกตะลึงและวิพากษ์วิจารณ์กันเมื่อไม่นานมานี้ หลังจากที่ได้เห็นภาพผิวหนังของเธอที่มีรอยคล้าย “หนังงู” จากการใช้ขี้ผึ้งที่อ้างว่าเป็น “ตำรับยาจีนโบราณบริสุทธิ์” มานานกว่าทศวรรษ 

ผู้ป่วยหญิงวัย 40 ปีคนนี้ใช้นามแฝงว่า ถิงถิง เธอถูกส่งตัวเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลจงต้า มหาวิทยาลัยตะวันออกเฉียงใต้แห่งเมืองหนานจิง มณฑลเจียงซู เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา

ถิงถิงเผยว่า เธอซื้อขี้ผึ้งทาผิวดังกล่าวมาใช้เองโดยไม่เคยปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญเลย ผลข้างเคียงจากการใช้ยาทำให้น้ำหนักตัวของเธอเพิ่มขึ้นอย่างมากและผิวหนังทั่วร่างกายมีรอยแตกลายสีม่วงแดงคล้ายลายหนังงู รวมทั้งมีภาวะความดันโลหิตสูงด้วย

ถิงถิงเล่าว่าเรื่องราวของเธอเริ่มต้นเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ตอนนั้นเธอมีจุดสีแดงและอาการคันเป็นครั้งแรกที่ขาขวาด้านล่างของเธอ พอเธอเกาไปเรื่อยๆ รอยโรคก็แพร่กระจายอย่างรวดเร็วไปทั่วร่างกาย 

ถิงถิงหมดหวังที่จะหายารักษา จึงลองค้นหาในอินเทอร์เน็ตและค้นพบขี้ผึ้งทาผิวที่โฆษณาอย่างกว้างขวาง ผู้ขายอ้างว่าขี้ผึ้งนี้ผลิตจาก “ตำรับยาจีนโบราณบริสุทธิ์” และสามารถ “รักษาโรคผิวหนังได้ทุกชนิด” 

อย่างไรก็ตาม รายงานข่าวไม่ได้เปิดเผยชื่อผลิตภัณฑ์ 

ขี้ผึ้งสมุนไพร “สูตรโบราณ” ที่ผู้ป่วยซื้อมาใช้อย่างต่อเนื่องกว่าสิบปี

ถิงถิงซึ่งเชื่อโฆษณาดังกล่าว จึงซื้อขี้ผึ้งมาใช้อย่างต่อเนื่องเป็นเวลากว่าสิบปี รวมแล้วเธอจ่ายเงินค่าขี้ผึ้งไปมากกว่า 100,000 หยวน (ประมาณ 454,363 บาท) 

“ตอนที่เริ่มใช้ครั้งแรก ผลบรรเทาอาการคันนั้นน่าทึ่งมาก ฉันคิดว่าในที่สุดฉันก็เจอยาที่ใช่แล้ว” เธอกล่าว 

แม้ว่าการรักษาเบื้องต้นดูเหมือนจะทำให้อาการทรงตัว แต่เมื่อไม่นานมานี้ สุขภาพของเธอเริ่มทรุดโทรมลงอย่างมาก ถิงถิงมีอาการป่วยที่น่ากังวลหลายอย่าง ร่างกายของเธอเต็มไปด้วยรอยแตกสีแดงอมม่วงคล้ายหนังงู มีอาการบวมที่แขนขาด้านล่าง พร้อมกับอาการคลื่นไส้ อาเจียน และอาการชาที่มือบ่อยครั้ง

ผิวของผู้ป่วยมีลายริ้วสีแดงอมม่วง มองดูคล้างหนังงู

หวังเฟย หัวหน้าแผนกแพทย์ผิวหนังที่โรงพยาบาลจงต้าพบว่า ระดับคอร์ติซอลของถิงถิงลดลงอย่างมาก และวินิจฉัยว่าเธอมีภาวะต่อมหมวกไตทำงานบกพร่องทุติยภูมิ (Secondary adrenocortical insufficiency) ซึ่งเป็นความผิดปกติที่เกิดจากต่อมหมวกไตผลิตฮอร์โมนที่จำเป็นได้ไม่เพียงพอ 

หลังจากได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง อาการของถิงถิงก็เริ่มดีขึ้น แต่ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าเธอจะดำเนินการเรียกร้องค่าชดเชยทางกฎหมายจากบริษัทเจ้าของผลิตภัณฑ์ขี้ผึ้งทาผิวที่เธอใช้หรือไม่

“ขี้ผึ้งทาผิวที่กล่าวอ้างว่าเป็น ‘สมุนไพรบริสุทธิ์และปลอดฮอร์โมน’ หลายยี่ห้อที่ขายทางออนไลน์แอบใส่สเตียรอยด์ที่มีฤทธิ์แรงเข้าไป” นายแพทย์หวังกล่าวกับหนังสือพิมพ์ Yangtse Evening Post พร้อมตั้งข้อสังเกตว่ากรณีอย่างถิงถิงนั้นพบได้ไม่น้อยในแผนกโรคผิวหนัง

“จริงอยู่ สเตียรอยด์สามารถบรรเทาอาการคัน รอยแดง และอาการผิวหนังอื่นๆ ได้อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม การใช้ภายนอกติดต่อกันเป็นเวลานานจะทำให้ผิวหนัง ‘ติด’ การใช้ยา เมื่อหยุดใช้ อาการอาจกลับมาเป็นซ้ำ ที่แย่กว่านั้นคือ สเตียรอยด์สามารถถูกดูดซึมผ่านผิวหนังและสะสมในร่างกายเมื่อเวลาผ่านไป กระตุ้นให้เกิดผลข้างเคียง กดการทำงานของต่อมหมวกไต และก่อให้เกิดความเสียหายต่อสุขภาพที่ไม่สามารถย้อนกลับได้” นายแพทย์หวังอธิบาย

เขายังเตือนอีกว่า “ยาสำหรับผิวหนังไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย โดยเฉพาะยาที่มีส่วนผสมของฮอร์โมน ซึ่งต้องใช้อย่างเหมาะสมภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น” 

ที่มา : scmp.com

เครดิตภาพ : Douyin