สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 13 พ.ค.ว่านางจาง ฮั่น โฆษกสำนักงานกิจการไต้หวันของจีน แถลงก่อนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ นำคณะเยือนกรุงปักกิ่งอย่างเป็นทางการ ว่าไต้หวันคือ “หัวใจสำคัญของผลประโยชน์หลักของจีน” การที่ชาติใดขายอาวุธให้แก่ไต้หวัน ถือเป็นการแทรกแซงกิจการภายใน พร้อมย้ำว่า จีน “คัดค้านความสัมพันธ์ทางทหารทุกรูปแบบ” ระหว่างสหรัฐกับไต้หวัน


ย้อนกลับไปเมื่อเดือน ธ.ค. ปีที่แล้ว รัฐบาลวอชิงตันของทรัมป์ อนุมัติแผนขายอาวุธให้ไต้หวัน ซึ่งมีมูลค่าสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 11,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 355,850 ล้านบาท)


ขณะที่รัฐสภาของไต้หวันหรือสภาหยวน ซึ่งฝ่ายค้านนำโดยพรรคก๊กมินตั๋ง ครองเสียงข้างมาก เพิ่งอนุมัติแผนงบประมาณกลาโหมพิเศษ ตามคำร้องของประธานาธิบดีไล่ ชิง-เต๋อ แต่อนุมัติวงเงินเพียง 2 ใน 3 จากวงเงิน 40,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.29 ล้านล้านบาท) ที่ผู้นำไต้หวันร้องขอ


หลังจากนั้นไม่นาน ไล่กล่าวสุนทรพจน์ ยืนยันว่าไต้หวันเป็น “ประเทศที่มีเอกราชและอธิปไตย” และเป็น “ประทีปแห่งประชาธิปไตย” ที่จะไม่ยอมก้มหัวให้กับทุกแรงกดดัน


ด้านโฆษกสำนักงานกิจการไต้หวันของจีนตอบโต้ในประเด็นนี้ว่า “ไต้หวันไม่เคยและจะไม่มีวันได้เป็นประเทศ” พร้อมย้ำว่า จีนมีศักยภาพที่จะ “บดขยี้การแยกตัวเป็นเอกราชของไต้หวัน” ได้อย่างราบคาบ.

เครดิตภาพ : REUTERS