หลังจากที่ นายสันติ ปิยะทัต รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลุยจับบุหรี่ไฟฟ้าลอตใหญ่ร่วมกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก. ปคบ.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จับยึดของกลางจากผู้ค้าส่งบุหรี่ไฟฟ้ารายใหญ่เมื่อวันที่ 28 ต ค.68 นายสันติ ยังสั่งการต่อเนื่องให้ สคบ. สืบค้นหาเบาะแสและข้อมูลจากผู้ค้าปลีกบุหรี่ไฟฟ้ารายใหญ่

ล่าสุดเมื่อวันที่ 7 พ.ย.ที่ผ่านมา นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) มอบให้ นายเลิศศักดิ์ รักธรรม ผู้อำนวยการกองคุ้มครองผู้บริโภค 3 พร้อมเจ้าหน้าที่ แบ่งกำลังเป็น 2 ชุด ลงพื้นที่ย่านสมุทรปราการ ตรวจสอบร้านลักลอบขายบุหรี่ไฟฟ้าภายหลังจากได้รับแจ้งเบาะแสว่ามีร้านแอบลักลอบขายบุหรี่ไฟฟ้ากลางเมืองในแหล่งชุมชน พบมีการลักลอบขายบุหรี่ไฟฟ้าจริง โดยพนักงานเจ้าหน้าที่ได้แสดงตนและดำเนินการตรวจยึดบุหรี่ไฟฟ้าและน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าได้จำนวน 2 ร้าน รวม 553 ชิ้น คิดเป็นมูลค่ากว่า 200,000 บาท นำส่งดำเนินคดี สภ. เมืองสมุทรปราการ

ด้านนายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ กล่าวว่า บุหรี่ไฟฟ้า น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า ถือว่าเป็นสินค้าอันตรายและเป็นความผิดตามคำสั่งคณะกรรมการว่าด้วยความปลอดภัยสินค้าหรือบริการได้มีคำสั่งที่ 24/2567 ลงวันที่ 8 ก.ค. 2567 เรื่อง ห้ามผลิตเพื่อขาย ห้ามขายหรือให้สินค้า บารากู่ บารากู่ไฟฟ้า หรือบุหรี่ไฟฟ้า หรือตัวยาบารากู่ น้ำยาสำหรับเติมบารากู่หรือไฟฟ้า ที่ผ่านมาสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคได้ลงบังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่องตามนโยบายของรัฐมนตรีฯ และหากผู้ใดพบเห็นการลักลอบขายบุหรี่บุหรี่ ไฟฟ้าน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า ท่านสามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่หรือแจ้งสายด่วนสคบ. 1166