เมื่อวันที่ 21 พ.ค. ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีเพจพรรคประชาชนได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับบทบาทองคมนตรีในการประชุมร่วมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ว่า จริงๆ เป็นเรื่องหลักการที่ถูกต้องของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข การแสดงบทบาทของนายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้าฝ่ายบริหาร ไม่ควรเอาตัวแทนหรือสถาบันมาเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจนโยบายสาธารณะโดยตรง เพราะทุกๆ การตัดสินใจล้วนต้องมีการรับผิดและรับผิดชอบ หากมีการตัดสินใจผิดพลาด ก็อาจจะกระทบกระเทือนต่อสถาบันได้

“ผมและพรรคประชาชนมีความเป็นห่วงจึงได้สื่อสารไปว่าการกระทำของนายกฯ อาจจะไม่มีความเหมาะสม ผมเข้าใจดีว่าการประชุมที่มีองคมนตรีเข้าร่วมนั้นมีการดำเนินการมาแล้วหลายปี แต่อย่างไรก็ตาม ก็ต้องถอยออกมาแล้วถามหลักการให้ตรงกัน โดยส่งคำถามไปยังท่านนายกฯ ว่าตัว นายกฯ อนุทิน คิดเห็นอย่างไรว่าการกระทำของตัวเองนั้นถูกต้องหรือไม่” นายณัฐพงษ์ กล่าว
เมื่อถามว่า ทางพรรคมองว่าเหมือนองคมนตรีมาสั่งการใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า การจะใช้เหตุผลว่าการประชุมหรืออาจจะมาให้สติหรือการแสดงความคิดเห็น ความเป็นห่วงก็ตามแต่ แต่ถ้ามาร่วมประชุมโดยตรง หากมีการตัดสินใจในการดำเนินนโยบายใดๆ แล้วมีการผิดพลาดขึ้นมา ก็อาจจะกระทบกระเทือนต่อองคมนตรีที่ถูกแต่งตั้งได้ ซึ่งอาจจะส่งผลสะเทือนโดยตรงต่อสถาบัน ซึ่งจริงๆ เราอยู่ภายใต้ระบอบการปกครองนี้ นายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้าฝ่ายบริหารสูงสุด ต้องเป็นผู้รับสนองทุกอย่าง ต้องป้องกันไม่ให้สาธารณะมีข้อคิดเห็นใดๆ ที่อาจจะกระทบกระเทือนได้ ดังนั้น นายกฯ ต้องเป็นผู้รับผิดชอบทุกอย่างในการตัดสินใจในการดำเนินงานนโยบายสาธารณะ

นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า นี่เป็นหลักการพื้นฐานของประเทศที่อยู่ภายใต้การปกครองแบบนี้ และตนก็มีความคิดเห็นแบบนี้ว่า คนเป็นนายกฯ นอกจากจะไม่ห้อยหรือโหนแล้ว อีกหนึ่งกรณี พอดำรงตำแหน่งในฐานะนายกฯ แล้ว ก็ต้องใช้อำนาจของตัวเองทุกช่องทาง ในการพยายามดันให้ขึ้นสูง เพราะฉะนั้นถ้าเราจะคงระบอบการปกครองในประเทศนี้ให้สถาบันอยู่คู่กับสังคมไทยอย่างมั่นคงสถาพร การที่จะทำให้ตัวสถาบันไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงกับการถูกวิพากษ์วิจารณ์ เรื่องการดำเนินนโยบายสาธารณะที่เป็นความรับผิดชอบโดยตรงของฝ่ายบริหารก็เป็นสิ่งที่นายกฯ ควรทำ
เมื่อถามว่าการประชุมนี้อาจจะเกี่ยวเนื่องกับโครงการพระราชดำริ ที่รัฐสภาเองก็ผ่านงบประมาณไปแล้ว เพื่อแก้ปัญหาให้กับประชาชน นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ทุกโครงการของรัฐ ไม่ว่าจะเป็นโครงการในพระราชดำริหรือโครงการใดๆ ก็ตาม ตราบใดที่เป็นการดำเนินการโดยใช้งบประมาณแผ่นดิน รัฐบาลจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรง โครงการย่อมมีทั้งผลดีและผลเสีย ผู้ได้และผู้เสีย สถาบันไม่ควรที่จะต้องมาอยู่ตรงกลางระหว่างข้อคิดเห็นที่อาจมีความขัดแย้งในสังคม ในส่วนนี้ ดังนั้นก็เป็นหน้าที่ของนายกฯ ที่จะต้องทำเรื่องนี้ให้ถูกต้อง

เมื่อถามว่าในโพสต์ของพรรคประชาชน ใช้คำว่าละเมิดหลักการ เพราะว่ามีการให้ข้อสั่งการ แต่ตามรายงานข่าวองคมนตรีมาสังเกตการณ์ หรือให้ข้อเสนอแนะ เหตุใดถึงใช้คำว่าข้อสั่งการ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เราต้องระมัดระวังสายตาประชาชนที่จะมองเข้ามา นายกฯ มีหน้าที่ทุกอย่างที่จะป้องกันไม่ให้สังคมมีข้อวิพากษ์วิจารณ์ ว่าตกลงแล้วองคมนตรีหรือสถาบัน เข้ามามีส่วนร่วมโดยตรงกับการตัดสินใจนโยบายสาธารณะหรือไม่ ทั้งนี้พรรคประชาชนคงใช้ทุกเวที อย่างการแถลงข่าวในวันนี้ก็เป็นเวทีหนึ่งที่พยายามจะส่งตรงไปถึงตัวนายกรัฐมนตรีด้วย
เมื่อถามว่ากังวลเรื่องข้อกฎหมายหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เรื่องนี้คงไม่กระทบเรื่องข้อกฎหมาย เนื่องจากคดี 44 สส. เกี่ยวเนื่องกับการแก้ไข ม.112 แต่เรื่องนี้เป็นการแสดงข้อคิดเห็นที่เกี่ยวข้องกับหลักการในระบบการปกครองในบ้านเรา แต่ตนคิดว่าการเข้ามาทำหน้าที่ของพวกเราในฐานะผู้แทน ถ้าเราเห็นอะไรไม่ถูกต้อง เราก็มีหน้าที่ในการส่งเสียงเรียกร้อง ถึงแม้ตัวตนจะมีความเสี่ยงทางด้านข้อกฎหมายอยู่ จะเอาความเสี่ยงของตัวเองมาปิดปากตัวเองไม่ให้พูดในสิ่งที่ถูกต้อง ตนก็คิดว่าน่าจะทำให้ประชาชนผิดหวังในการทำหน้าที่ของพวกเรา.



