ดร.กุสุมาลย์ ประเสริฐศรี อุปนายกสมาคมกีฬายิมนาสติกแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย นาวาเอก พรพงษ์ อิทธโยภาสกุล คณะกรรมการบริหารสมาคมฯ ประธานเทคนิคกีฬายิมนาสติกศิลป์ชาย ร่วมแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน เมื่อวันเสาร์ที่ 8 พ.ย. เนื่องจากกรณีที่ อิทธิฤทธิ์ ขำศิริรัตน์ นักกีฬายิมนาสติกชาย อ้างว่าการคัดเลือกนักกีฬายิมนาสติก ศึกซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ไม่มีความเป็นธรรม ก่อนที่ นาวาตรี ศรายุทธ พัฒนศักดิ์ นายกสมาคมกีฬายิมนาสติกแห่งประเทศไทย ออกมาตอบโต้ ขณะที่ โยชิกิ นากาตานิ หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทยชาวญี่ปุ่น ก็ยืนยันว่า เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องของสมาคมฯ เนื่องจากผลงานของ อิทธิฤทธิ์ ในปีนี้ยังห่างไกลจากมาตรฐานระดับทีมชาตินั้น
ก่อนหน้านี้ อิทธิฤทธิ์ อ้างว่าตนได้แชมป์ประเทศไทย ปี 2567 ประเภทบุคคลรวมอุปกรณ์ ฟลอร์เอ็กเซอร์ไซส์, ม้าหมุน, ห่วง, ม้ากระโดด, บาร์คู่ขนาน และบาร์แนวนอน แต่ไม่ติดทีมชาติไทย ต่อเรื่องนี้ ดร.กุสุมาลย์ ยืนยันว่า ปีนี้ ซีเกมส์ ไม่มีการแข่งขันประเภทบุคคลรวมอุปกรณ์ มีเพียงประเภทอุปกรณ์เดี่ยว ดังนั้นแม้ว่า อิทธิฤทธิ์ จะเป็นแชมป์บุคคลรวมอุปกรณ์ ก็ไม่เกี่ยวว่าจะต้องติดทีมชาติ
ดร.กุสุมาลย์ กล่าวว่า “สมาคมฯ มีการคัดเลือกจากรายการชิงแชมป์ประเทศไทย อิทธิฤทธิ์ คัดได้ประเภทบุคคลรวมอุปกรณ์ แต่ประเภทบุคคลรวมอุปกรณ์ไม่มีในซีเกมส์ครั้งนี้ ดังนั้นถ้าเขาจะให้สัมภาษณ์ว่าเป็นนักกีฬามือ 1 ก็ไม่ถูก เพราะการแข่งขันยิมนาสติก เราสามารถเลือกแข่งได้ ซีเกมส์ครั้งนี้ ประเทศไทยส่งนักกีฬาแข่งขันไม่เกิน 1 คนต่อ 1 อุปกรณ์”
“ฝ่ายเทคนิคได้การคัดเลือกพิจารณาแล้ว ทีนี้ในการคัดเลือกแต่ละอุปกรณ์ที่มีแข่งในซีเกมส์ อิทธิฤทธิ์ อยู่ที่ 4, 5, 7 ในขณะที่ ทิฆัมพร สุรินทรทะ และ สุภชีพ บ่าวเบ็ญหมัด ได้คนละ 3 เหรียญทอง นั่นก็คือสองคนนี้เก่งที่สุด ดังนั้นการอ้างว่าเก่งที่สุดในประเทศไทยนั้นไม่ใช่”
“สมาคมยินดีสนับสนุนนักกีฬาทุกคน ยิมนาสติกเป็นกีฬาที่ต้องใช้เวลาพัฒนา ซ้อมฝึกฝนไม่ต่ำกว่า 8 ปี อิทธิฤทธิ์ ก็เช่นกันอยู่ในแคมป์ตั้งแต่เด็กจนโต หลังจากติดทีมชาติจะเก็บตัวเฉพาะตัวจริง ทางการให้เก็บตัว 4 คน อิทธิฤทธิ์เป็นคนที่ 5 สมาคมฯ เห็นว่าข้อมูลที่เคยออกข่าวไปไม่ถูกต้อง หลังจากนี้จะไปดำเนินการบันทึกข้อความ ถ้ามีอะไรที่ไม่ถูกต้องจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป”



