เมื่อวันที่ 8 พ.ย. 68 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์  รมว.ศึกษาธิการ นายอัครา พรหมเผ่า  รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และนายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ  รมช.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา  ต.สะเตง อ.เมือง  จ.ยะลา โดยระหว่างการลงพื้นที่ ร.อ.ธรรมนัส ได้รับหนังสือคัดค้านโครงการประตูกั้นแม่น้ำปัตตานีที่อำเภอกรงปินัง จากประชาชนกลุ่มเครือข่ายพิทักษ์สายน้ำปัตตานีด้วย

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ตามที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ตนกำกับดูแล 3 จังหวัดชายแดนใต้ และดำเนินนโยบาย Quick Win ของรัฐบาล สิ่งสำคัญคือการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน จึงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาชายแดนใต้ให้เจริญก้าวหน้าในทุกมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การศึกษา การเกษตร การท่องเที่ยว และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาชีพและรายได้ โดยได้บูรณาการทั้ง 4 กระทรวงในการขับเคลื่อนทุกมิติไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวต่อว่า การบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ จ.ยะลา ว่า ต้องแก้ไขเป็นระบบ ฟังเสียงประชาชนและผู้ที่อยู่ในพื้นที่จริง เพื่อให้การวางแผนเป็นไปอย่างถูกต้องและไม่เกิดอุปสรรค ซึ่งวันนี้มีพี่น้องมายื่นหนังสือคัดค้านโครงการประตูกั้นแม่น้ำปัตตานีที่อำเภอกรงปินัง ตนถามว่าทำไม เขาก็บอกว่า ปลาดี ๆ จะตายหมด กระทบสิ่งแวดล้อม การจะสร้างโครงการใดต้องคิดเป็นระบบ ไม่ใช่คิดเป็นจุด ๆ ซึ่งการศึกษาการบริหารจัดการน้ำต้องอาศัยคนในพื้นที่และผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้การแก้ปัญหาเป็นไปอย่างถูกต้องและรอบด้าน เช่น การสำรวจเส้นทางน้ำ การตีความลักษณะทางน้ำ และการวางระบบระบายน้ำ เปรียบเสมือนระบบจราจรที่ต้องไม่มีการตันหรือสะดุด

ร.อ.ธรรมนัส  กล่าวว่า ในส่วนของโครงการขุดลอกและพัฒนาระบบน้ำในพื้นที่ นายพงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศบาลเมืองยะลา นำเสนอแนวทางการขุดลอกน้ำและใช้เงินเบื้องต้นประมาณ 100 ล้านบาท ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ตนเห็นด้วย และจะจัดหางบประมาณทั้งจากงบกลาง หรืองบเหลือจ่ายปี 2569 เพื่อให้โครงการเริ่มดำเนินการทันที ทั้งนี้ทุกโครงการในพื้นที่ชายแดนใต้จะต้องดำเนินการอย่างรอบคอบ โปร่งใส และตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลจริง เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนใน จ.ยะลา ปัตตานี และนราธิวาสอย่างยั่งยืน

ร.อ.ธรรมนัส  กล่าวถึงข่าวลือ  เรื่องการลาออกจากตำแหน่งว่า “มันเป็นข่าวปลอม บอกว่า  ผมเข้าพบนายกรัฐมนตรี 3 ชั่วโมงแล้วยื่นใบลาออก ไม่จริง  นักรบ ถ้าจะตายก็ต้องตายในสนามรบ ผมเป็นนักการเมือง ถ้าจะตายก็จะตายในสนามเวทีการเมือง ใครมันจะไปลาออก มันไม่มีเหตุมีผล ไม่ใช่ธรรมนัส ผมไม่หนีปัญหาแน่นอน ขอแสดงความเสียใจที่ผู้ประสงค์ร้ายด้วย”

“สส.ภาคกลาง กล่าวถึงโครงการแก้มลิงทุ่งหิน ที่จ.สมุทรสงคราม หาว่า เป็นอนุสาวรีย์ที่ธรรมนัสทิ้งเอาไว้ งบประมาณ 600 ล้านบาท ผมอยากจะฝากว่า น้องเอย ไปดูให้ดี มันทำในยุคลุงผมโน่น อย่าให้บอกเลยว่าลุงไหน ลุงรัฐบาลโน่น  รูัใช่ไหม และผมไปตรวจว่า ทำไมมันถึงมีปัญหาสร้างไม่เสร็จสักที ผมต้องสั่งกรมชลประทานให้ไปแก้ไขที่ลุงเขาทำแล้วไม่สำเร็จ ท่าน สส.ต้องไปศึกษาให้ดีก่อนจะเขียนวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของใคร“ร.อ.ธรรมนัส กล่าว.