เมื่อวันที่ 9 พ.ย. น.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ อดีต รมช.ศึกษาธิการ และรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านแอปพลิเคชัน X ระบุว่า การที่ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน บอกว่า “รัฐบาลยังไม่ถึงขั้นผิดร้ายแรง” อาจเป็นคำที่สะท้อนว่าพรรคประชาชนกำลังรอให้วิกฤติเกิดก่อน แล้วค่อยตรวจสอบ แต่ฝ่ายค้านควรทำหน้าที่ “ดับไฟตั้งแต่ต้นลม” ไม่ใช่รอให้ลุกไหม้ทั้งบ้าน
การยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้าน เป็นกลไกตรวจสอบตามรัฐธรรมนูญที่มีอยู่แล้ว พรรคเพื่อไทยในฐานะฝ่ายค้านมีสิทธิและหน้าที่เต็มที่ในการใช้ช่องทางนี้ เพื่อปกป้องประโยชน์ของประชาชน และความโปร่งใสในการบริหารราชการแผ่นดิน การเข้าชื่อ 1 ใน 5 ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพื่อยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจจึงเป็นสิ่งที่ชอบธรรมอย่างยิ่ง
ขอขอบคุณแกนนำพรรคประชาชนที่ออกมาแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่าอาจเลือกใช้กระบวนการตรวจสอบในรูปแบบอื่น ซึ่งเป็นสิทธิของแต่ละพรรคในฐานะฝ่ายค้านเช่นกัน อย่างไรก็ตาม เมื่อ สส.ของพรรคประชาชนหลายท่าน ทั้งนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และน.ส.รักชนก ศรีนอก สส.กทม. พรรคประชาชน ได้ออกมาเรียกร้องผ่านสื่อให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาบางประเด็น พร้อมตั้งคำถามต่อรัฐมนตรีบางคนในเชิงสาธารณะ แล้วเหตุใดจึงไม่ใช้กลไกอภิปรายไม่ไว้วางใจภายในสภา ซึ่งเป็นช่องทางที่มีเอกสิทธิ์คุ้มครอง และสามารถเปิดเผยข้อมูลหลักฐานได้เต็มที่ เพื่อให้ประชาชนเห็นข้อเท็จจริงอย่างโปร่งใสและเป็นระบบมากกว่าการตั้งคำถามภายนอก
กรณีความกังวลต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หากพรรคประชาชนกังวลว่าการยื่นอภิปรายจะกระทบต่อกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พรรคเพื่อไทยพร้อมพูดคุย และหาทางออกร่วมกัน เพราะจุดยืนของเราชัดเจนว่า “การตรวจสอบรัฐบาล” กับ “การผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญ” ไม่จำเป็นต้องขัดแย้งกัน
สิ่งสำคัญคือฝ่ายค้านต้องทำหน้าที่ตรวจสอบโดยไม่ปล่อยให้ปัญหาบานปลาย เพราะการอภิปรายไม่ไว้วางใจไม่ได้หมายถึงการล้มรัฐบาลเสมอไป แต่คือการทำให้รัฐบาลต้องตอบคำถามต่อสาธารณะ และปรับปรุงการบริหารงานให้ดีขึ้น



