เมื่อวันที่ 10 พ.ย.เพจดังอย่าง Drama-addict ได้จุดประเด็นร้อนที่น่าสนใจ หลังได้รับข้อความร้องเรียนจากผู้ประกอบการรายย่อยชาวไทยที่กำลังประสบปัญหาอย่างหนัก จากการที่ “สินค้าจากประเทศจีน” หลั่งไหลเข้ามาตีตลาดผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ยักษ์ใหญ่ต่าง ๆ จนส่งผลกระทบต่อธุรกิจในประเทศอย่างรุนแรง

ผู้ประกอบการรายย่อยที่ทำธุรกิจโรงงานผ้าขาวดำ ได้ระบุถึงผลกระทบโดยตรงว่า ปัจจุบันลูกค้าหันไปสั่งซื้อสินค้าจากผู้ขายชาวจีนโดยตรงผ่านแพลตฟอร์มเหล่านี้ ทำให้โรงงานผ้าไทยหลายแห่งต้อง “ทยอยปิดตัว” เพราะไม่สามารถแข่งขันด้านราคาได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่มีความต้องการสูงอย่างงานขาวดำ ซึ่งสินค้าในแอปพลิเคชันยังคงมีราคาถูกกว่าตลาดค้าส่งอย่างสำเพ็งเสียอีก

“ที่บ้านขายผ้าขาวดำ ตอนนี้คนซื้อผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์  แบบจีนส่งตรงถึงบ้านเลย โรงงานไทย ตายเรียบ โรงงานผ้าอื่น ๆ ก็ทยอยปิดตัว” ผู้ประกอบการระบุ

ความกังวลหลักของผู้ประกอบการไทยคือ แพลตฟอร์มออนไลน์เหล่านี้มีเจ้าของเป็นชาวจีน และสามารถเข้าถึงฐานข้อมูลลูกค้าชาวไทยได้โดยตรง เมื่อพบว่าสินค้าใดขายดี ก็จะเปิดร้านค้ามาทำตลาดตัดราคาต่ำ ซึ่งทำให้ผู้ผลิตไทยเสียเปรียบอย่างมาก

ผู้ประกอบการรายนี้จึงได้ริเริ่มสร้างกลุ่มในโซเชียลมีเดียชื่อ “ไทยทำไทยใช้ไทยเจริญ” ขึ้นมา เพื่อเป็นกระบอกเสียงและเป็นพื้นที่ให้คนไทยหันมาอุดหนุนสินค้าที่ผลิตในประเทศไทย ทั้งสินค้า อาหาร และการท่องเที่ยว เพื่อช่วยพยุงเศรษฐกิจภายในประเทศ

นอกจากนี้ ยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับความมั่นคงทางการเงินและการบริหารจัดการของแพลตฟอร์มต่างชาติ โดยเฉพาะในประเด็น:

เงินไหลออกนอกประเทศ: การที่ผู้ค้าจีนเข้ามาขายตรง ทำให้เม็ดเงินจำนวนมากไหลออกนอกประเทศอย่างง่ายดาย

ค่าธรรมเนียมสูง: ผู้ค้าไทยที่เปิดร้านในแพลตฟอร์มเหล่านี้ต้องแบกรับค่าคอมมิชชันที่สูงถึง 20-30% ต่อออเดอร์

ความล่าช้าในการโอนเงิน: ระยะเวลาในการโอนเงินเข้าบัญชีของผู้ค้าไทยนานถึง 8-10 วัน และบางครั้งเกือบ 20 วัน ซึ่งส่งผลต่อสภาพคล่องทางการเงิน

ผู้ประกอบการรายนี้แสดงความหวังว่า จะมีการผลักดันให้เกิด “แพลตฟอร์มขายออนไลน์ของคนไทย” ขึ้นมาเพื่อรักษาผลประโยชน์และเม็ดเงินของคนไทยไว้ในประเทศ และเตือนว่า หากปล่อยสถานการณ์เช่นนี้ไว้ โรงงานไทยจะปิดตัวลงอีกจำนวนมากอย่างแน่นอน