เมื่อวันที่ 10 พ.ย. ที่อาคารชาเลนเจอร์ 1 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิด บริเวณห้วยตามาเรีย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ขณะที่ปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนเส้นทาง ส่งผลให้มีทหารบาดเจ็บ 2 นาย ซึ่งหนึ่งในนั้นมีข้อเท้าขวาขาด ว่า ได้รับรายงานเรื่องดังกล่าวแล้ว และกำลังตรวจสอบรายละเอียด ซึ่งตนกำลังพูดคุยกับ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมช.กลาโหม
เมื่อถามว่าเหตุการณ์นี้จากกระทบต่อเรื่องของการลงนามคำประกาศความสัมพันธ์ระหว่างไทย-กัมพูชา หรือไม่ พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า กำลังตรวจสอบรายละเอียด ซึ่งต้องมีการหารือการกันกับทางรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งเรื่องนี้หากมีอะไรขอให้สอบถาม พล.ท.อดุลย์ ได้เลย
ภายหลังจากนั้นผู้สื่อข่าวจึงได้หันไปถาม พล.ท.อดุลย์ ที่เดินตามหลัง พล.อ.ณัฐพล อยู่ แต่ พล.ท.อดุลย์ นิ่ง และไม่ตอบคำถามดังกล่าว
ทั้งนี้ หลังจากนั้น พล.อ.ณัฐพล ได้เข้าหารือทวีภาคีกับ รมช.กลาโหมประเทศอิตาลี ที่ห้องรับรองวีไอพี 3 ภายหลังเสร็จสิ้นการเปิดงาน และเยี่ยมชมนิทรรศการ งานแสดงนิทรรศการอุปกรณ์ป้องกันประเทศ 2025 (Defense & Security 2025)
ภายหลังจากการหารือทวีภาคีกับ รมช.กลาโหมประเทศอิตาลี พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า ตามที่สื่อมวลชนได้ถามมา ซึ่งตนได้สอบถามไปยัง พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก ซึ่งพื้นที่ประสบเหตุ อยู่ระหว่างปราสาทเขาพระวิหารและภูมะเขือ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เรากำลังผลักดันกัมพูชาออกไป โดยขณะนี้ พล.ท.วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 (มทภ.2) กำลังตรวจสอบเหตุต่อไปว่าทุ่นระเบิดที่นำมาวางเป็นของใหม่หรือเก่า แต่ มทภ.2 ก็คาดว่าน่าจะเป็นของใหม่ ตนจึงบอกให้ตรวจสอบก่อน แต่ที่แน่ ๆ เรื่องของเชลยศึกต้องเอาก่อน ถ้าเป็นแบบนี้
ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่าจะเป็นการเลื่อนส่งคืนเชลยศึกกลับกัมพูชาไปก่อนใช่หรือไม่ พล.อ.ณัฐพล พยักหน้ารับ พร้อมกล่าวว่า “ใช่”
เมื่อถามว่าส่วนจะมีการทำหนังสือประท้วงกัมพูชาหรือไม่ พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า การประท้วงทำแน่นอน ถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้เราจะประท้วงทันที แต่เรื่องของเชลยศึกก็คือเอาไว้ก่อน ต้องมาคุยกันในรายละเอียด แต่ถ้าพิสูจน์ทราบว่าเป็นเจตนาก็ต้องมากกว่านั้นอีก


