เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 10 พ.ย. 2568 ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคประชาชน กล่าวถึงสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ขณะนี้ ว่า สส.ของพรรคประชาชน ได้ลงพื้นที่ไปช่วยเหลือประชาชนและสำรวจปัญหา พร้อมทั้งกำลังรวบรวมข้อเสนอที่อยากให้รัฐบาลดำเนินการผ่านสื่อมวลชนไปยังรัฐบาลในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 11 พ.ย. นี้ ซึ่งมีหลายประเด็นที่อยากเรียกร้องรัฐบาล คือ 1.ทบทวนแผนการระบายน้ำเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในแต่ละพื้นที่ มีการเฉลี่ยทุกข์ เฉลี่ยสุข ไม่กระจุกอยู่ที่ใดที่หนึ่ง 2.เงินเยียวยา ที่ผ่านมามักจะเยียวยาหลังจากน้ำลดแล้ว แต่ความจริงประชาชนประสบปัญหาตั้งแต่น้ำท่วมรายรับหดหายไม่สามารถทำงานในสภาวะปกติได้ และมีค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น ดังนั้นจำเป็นที่จะต้องทบทวนเกณฑ์และจังหวะในการเยียวยาที่ต้องสม่ำเสมอ ในช่วงที่น้ำยังท่วมอยู่ด้วย ไม่ใช่รอแค่น้ำลดอย่างเดียว และ 3.ต้องประสานกับหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อจัดหาศูนย์อพยพหรือศูนย์พักพิงให้ได้มาตรฐาน เพราะประชาชนบางพื้นที่ที่ต้องอพยพมาอยู่บนถนน แต่บนถนนก็เริ่มท่วมแล้วเช่นกัน
เมื่อถามว่า มีการมองว่ารัฐบาลทำงานล่าช้าและให้อำนาจกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตัดสินใจมากเกินไป นายพริษฐ์ กล่าวว่า นี่คือความไม่เป็นเอกภาพของกระทรวงหรือหน่วยงานต่าง ๆ ภายใต้การบริหารงานของรัฐบาลชุดนี้ เห็นได้ชัดจากการบริหารจัดการน้ำที่ต้องใช้หลายหน่วยงานทั้ง กรมชลประทาน หรือ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ให้ร่วมมือกัน
นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า อีกเรื่องที่เห็นได้ชัดคือการแก้ปัญหาเรื่องสแกมเมอร์ สัปดาห์ที่แล้วนายกรัฐมนตรีประกาศสงครามกับสแกมเมอร์ มีการเซ็น MOU กัน แต่ก็สงสัยว่าทำไมหน่วยงานรัฐต้องมาเซ็น MOU ร่วมกัน เพราะปกติแล้วการเซ็น MOU ต้องเป็นระหว่างหน่วยงานรัฐและภาคเอกชน หรือกับรัฐบาลประเทศอื่น แต่ถ้าเป็นการร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานรัฐในประเทศไทยด้วยกันเอง ไม่ควรที่จะต้องเซ็น MOU ควรจะสามารถเดินหน้าทำงานได้อย่างจริงจังตั้งแต่ต้น ดังนั้นจึงไม่เห็นเอกภาพในการจัดการในหลายปัญหา.



