สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 10 พ.ย. ว่า การประกาศนี้ถือเป็นการบรรเทาความตึงเครียดทางการค้าระหว่างรัฐบาลปักกิ่งกับรัฐบาลวอชิงตัน หลังประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ตกลงกันระหว่างการพบหารือที่เกาหลีใต้ เมื่อเดือน ต.ค. ที่ผ่านมา ว่าจะลดภาษีศุลกากรระหว่างกัน และระงับมาตรการจำกัดอื่น ๆ เป็นเวลา 1 ปี

ก่อนหน้านั้น รัฐบาลเนเธอร์แลนด์เข้าควบคุมเน็กซ์พีเรีย ซึ่งเป็นผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์จากจีน ที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ในประเทศ เพื่อพยายามปกป้องแหล่งผลิตชิปสำหรับรถยนต์และสินค้าอื่น ๆ ของยุโรป ทำให้รัฐบาลปักกิ่งได้ออกมาตอบโต้ด้วยการระงับการส่งออกชิปสำเร็จรูปของบริษัท แม้ในต้นเดือนที่ผ่านมา จีนจะเริ่มผ่อนคลายมาตรการห้ามดังกล่าว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐและจีน

ตอนนั้น รัฐบาลเนเธอร์แลนด์ให้เหตุผลว่า ได้ตัดสินใจเช่นนี้เนื่องจากบริษัแห่งนี้ มีข้อบกพร่องด้านการกำกับดูแลที่ร้ายแรง และเพื่อป้องกันไม่ให้ชิปของบริษัทไม่สามารถจำหน่ายได้ในกรณีฉุกเฉิน ขณะที่การระงับการส่งออกชิปจากเน็กซ์พีเรียของจีน ได้เพิ่มความกังวลว่า อาจก่อให้เกิดปัญหาห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก

แต่เมื่อวันเสาร์ (8 พ.ย.) นายมารอส เซฟโควิช กรรมาธิการการค้าของคณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) กล่าวผ่านเอ็กซ์ว่า จีนตกลงที่จะลดความซับซ้อนของขั้นตอนการส่งออกชิปเน็กซ์พีเรีย และยกเว้นข้อกำหนดด้านใบอนุญาตให้กับผู้ส่งออกทุกราย แต่มีเงื่อนไขว่า สินค้าดังกล่าวนั้น ต้องห้ามนำไปใช้ทางการทหาร

นอกเหนือจากเรื่องนี้ จีนระงับการห้ามส่งออก “สินค้าที่ใช้ได้สองทาง” ที่เกี่ยวข้องกับแกลเลียม เจอร์เมเนียม พลวง หรือแอนติโมนี และวัสดุชนิดแข็งพิเศษไปยังสหรัฐ มีผลบังคับใช้เมื่อวันอาทิตย์ (9 พ.ย.) และจะมีผลไปจนถึงวันที่ 27 พ.ย. 2569

ส่วนก่อนหน้านั้นเพียงไม่กี่วัน จีนยังประกาศระงับการควบคุมการส่งออกอื่น ๆ สำหรับแร่ธาตุหายากบางชนิด และแบตเตอรี่ลิเทียม.

เครดิตภาพ : AFP