เมื่อวันที่ 10 พ.ย. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. พร้อมด้วย น.ส เกศรัชฎา กลั่นกรอง รอง ผอ.สำนักการระบายน้ำ ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สำนักการระบายน้ำ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำและตรวจสอบแนวป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อป้องกันน้ำหนุนทะลักเข้าพื้นที่บริเวณสะพานพุทธและ แนวฟันหลอร้านอาหารโรงรส ท่าเตียน เพื่อประเมินความแข็งแรงของแนวป้องกันน้ำหนุน และตรวจสอบจุดเสี่ยงที่อาจเกิดการรั่วซึมหรือน้ำทะลักเข้าสู่พื้นที่ชุมชนและย่านสำคัญในเขตพระนคร ซึ่งอยู่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าแนวป้องกันน้ำในหลายจุดยังอยู่ในสภาพมั่นคงดี

อย่างไรก็ตาม ผู้ว่าฯ กทม. ได้มอบหมายให้สำนักการระบายน้ำเร่งดำเนินการเสริมแนวกระสอบทรายเพิ่มเติมบริเวณรอบร้านอาหารโรงรส ท่าเตียน เขตพระนคร เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการทรุดตัวของผนังอาคาร และลดความเสี่ยงที่น้ำจะไหลบ่าเข้าพื้นที่สำคัญโดยรอบ
สำนักการระบายน้ำได้เตรียมความพร้อมของกำลังเจ้าหน้าที่ เครื่องสูบน้ำ และอุปกรณ์ป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างต่อเนื่อง พร้อมเฝ้าระวังระดับน้ำหนุนสูงที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงสัปดาห์นี้ โดยยืนยันว่ากรุงเทพมหานครมีมาตรการรองรับและระบบป้องกันน้ำท่วมที่พร้อมปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อคุ้มครองพื้นที่เศรษฐกิจและชุมชนริมแม่น้ำให้ปลอดภัยสูงสุด

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่บริเวณจุดร้านอาหารโรงรส ท่าเตียน, ท่าริว่าอรุณ ซอยเพ็ญพัฒน์ 1 เขตพระนคร และบริเวณท่าเรือโดยข้ามฟาก ท่าเตียน เพื่อสำรวจระดับน้ำและการวางแนวป้องกันน้ำท่วม พบบริเวณทางเข้าท่าเรือโดยสารข้ามฟากมีน้ำไหลซึมเข้ามา เจ้าหน้าที่สำนักการระบายน้ำและเจ้าหน้าที่สำนักงานโยธา สำนักงานพระนคร ได้วางกระสอบทรายเป็นแนวทางเดินให้กับนักท่องเที่ยวและประชาชนทั้งชาวไทยและต่างชาติ ที่จะใช้บริการเรือข้ามฟากเดินเข้าไปในจุดขายตั๋ว ส่วนบริเวณด้านข้างได้มีการตั้งแนวกระสอบทรายจำนวนกว่า 100 ใบ ขึ้นมาความสูงประมาณ 80 ซม.-1 เมตร เพื่อป้องกันน้ำไหลเข้าท่วม เพื่อป้องกันน้ำล้นตลิ่งและรองรับมวลน้ำเหนือ

ส่วนจุดร้านอาหารโรงรส ท่าเตียน และท่าริว่าอรุณ ซอยเพ็ญพัฒน์ 1 นั้น พบน้ำขึ้นสูงจนบางส่วนไหลล้นออกมาทางด้านข้างของศาลเต้า ส่วนบริเวณจุดเก็บค่าโดยสารต้องปิดให้บริการเพราะน้ำขึ้นสูง

นายโกศล สิงหนาท ผอ.เขตพระนคร เปิดเผยว่า จุดเสี่ยงน้ำท่วมในเขตพระนครที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษคือบริเวณท่าเตียนและชุมชนท่าวัง ซึ่งขณะนี้น้ำยังอยู่ต่ำกว่าแนวคันกั้นน้ำประมาณ 60 ซม. ส่วนท่าริว่าอรุณ ในซอยเพ็ญพัฒน์ 1 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ได้มอบหมายให้หาแนวทางการบล็อกน้ำให้มั่นคงแข็งแรง เนื่องจากบริเวณท่าริว่าอรุณ พบน้ำท่วมขังและมีน้ำผุดมาจากใต้อาคาร จากนี้จะดำเนินการต่อสะพานไม้เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวสามารถเดินไปใช้บริการที่จุดจำหน่ายตั๋วได้

นายโกศล เปิดเผยต่อว่า สถานการณ์น้ำขณะนี้เกิดจากน้ำเหนือที่มีการระบายน้ำลงมา กทม. มีการเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง เนื่องจากมีการระบายน้ำเหนือลงมาปริมาณมาก ซึ่งแนวเขื่อนกันน้ำของ กทม. มีศักยภาพควบคุมได้ เพราะนอกจากจะมีเขื่อนปูนที่เป็นแนวคันกันน้ำแล้ว เรายังเสริมกระสอบทรายเข้าไป เป็นวิธีการบล็อกน้ำในจุดเสี่ยงหลายจุด

โดยพื้นที่เขตพระนคร มีจุดเสี่ยงอยู่ประมาณ 3-4 จุด อาทิ ซอยเพ็ญพัฒน์ 1 ท่าเตียน สะพานพุทธฯ ที่แม้จะมีคันกั้นน้ำแต่ยังมีน้ำผุดขึ้นมา จึงได้เตรียมเครื่องสูบน้ำไว้รองรับแล้ว นอกจากนี้บริเวณท่าพระจันทร์ยังเป็นจุดเฝ้าระวัง เนื่องจากมีร้านค้านอกแนวเขื่อน เบื้องต้นได้มีการบล็อกน้ำเพื่อไม่ให้น้ำล้นไปยังบริเวณถนนและมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์แล้ว ขอยืนยันว่าสำนักงานเขตพระนครสามารถควบคุมสถานการณ์ได้

ส่วนการดูแลประชาชนในพื้นที่นอกคันกันน้ำ ในพื้นที่เขตพระนครมี 2 จุดใหญ่ ได้แก่ ชุมชนท่าวังบางส่วน และอาคารบางส่วนที่อยู่นอกคันเขื่อน มีความเสี่ยงที่จะถูกน้ำท่วม นายชัชชาติได้มอบหมายให้ทำสะพานไม้เพื่อให้ชุมชนท่าวังได้ใช้สัญจร และมอบของยังชีพที่จำเป็นให้กับชาวบ้านแล้ว การแก้ปัญหาชุมชนนอกแนวคันกั้นน้ำในระยะยาว จะต้องพิจารณาเรื่องกรรมสิทธิ์ที่ดิน เพราะที่ดินแปลงนั้น ๆ อาจไม่ใช่ที่สาธารณะดินสาธารณะ ดังนั้นการดำเนินการใด ๆ ควรมีการหารือและร่วมแก้ปัญหา เพราะมีหลักเกณฑ์ว่าจะต้องได้รับความยินยอม บางครั้งอาจจะมีปัญหากับเจ้าของที่ดิน ยืนยันว่ากรุงเทพมหานครพยายามจะแก้ไขปัญหาให้ดีที่สุด ทั้งนี้มีรายงานข่าว ปริมาณน้ำผ่านแม่น้ำเจ้าพระยาวันนี้ 2,850 ลบ.ม./วินาที.







